มาแล้ว #สภายาส้ม 69 “รัฐล้มเหลว” คืออะไร แล้วไทยล่ะใกล้ยัง? #Siamstr
Loading quoted post…
10/13/2026, 2 engagements
Your everyday #Bitcoin Leading the Bitcoin education in Thailand. Host of the #BitcoinThailand building #Siamstr
มาแล้ว #สภายาส้ม 69 “รัฐล้มเหลว” คืออะไร แล้วไทยล่ะใกล้ยัง? #Siamstr
Loading quoted post…
10/13/2026, 2 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk Ep.242 วิกฤตความปลอดภัย คริปโต: เมื่อฮาดแวร์วอลเล็ตกลายเป็นสายลับ #Siamstr
Loading quoted post…
10/12/2026, 1 engagement
มาเจอกันให้ครบ!! Speaker และ Builder จากอุตสาหกรรมหลากหลายแขนง กำลังมารวมตัวกันที่ BTC2026
Bitcoin Thailand Conference 2026 ปีนี้รวบรวมทั้งนักลงทุน ผู้ประกอบการ นักพัฒนา นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและภาษี ไปจนถึง Bitcoiner ที่ลงมือสร้างตัวจริงในวงการ มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันตลอด 2 วันเต็ม!
ตั้งแต่เรื่องใหญ่ระดับ เศรษฐกิจมหภาค เงินทุน นโยบายประเทศ และ Bitcoin Treasury ไล่ลงมาถึง Mining, Lightning Network, Self-custody, Security, Quantum Computing, ภาษี การทำธุรกิจ และการใช้งาน Bitcoin ในชีวิตจริง
นี่คือโอกาสที่จะได้มาฟัง ถาม พูดคุย และแลกเปลี่ยนกับพวกเขาแบบตัวเป็น ๆ
ปลายพฤศจิกายนนี้ ถ้ามีเรื่องไหนเกี่ยวกับ Bitcoin ที่คุณกำลังสงสัย กำลังศึกษา หรืออยากรู้จากคนที่รู้จริง ในงานนี้รวบรวมเอาผู้คนที่จะตอบคำถามเหล่านั้นให้คุณเรียบร้อยแล้วครับ🧡
🎫 ส่วนใครที่ยังไม่มีบัตร ปักวันที่ 10 ตุลาคม เอาไว้ในปฏิทินได้เลย ใช้ KOL Code จากพาร์ตเนอร์ที่คุณติดตาม รับส่วนลดค่าบัตร 10% เฉพาะวันที่ 10 ตุลาคม 2026
Bitcoin Thailand Conference 2026 28–29 พฤศจิกายน นี้ ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 กรุงเทพ
รายละเอียดและบัตรเข้าร่วมงาน
#BTC2026 #Bitcoin #บุกเบิก #Siamstr

มาเจอกันให้ครบ!! ทั้งคนที่อ่าน คนที่ฟัง คนที่เล่า และคนที่ลุยหน้างาน
Bitcoin Thailand Conference 2026 ขอขอบคุณเพื่อน ๆ จากทั้ง Media Partner และ KOL Partner ทุกคน ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานปีนี้ จากเดิมที่ Bitcoin เป็นเรื่องที่ยากและเฉพาะทาง ก็ได้ทุกท่านที่ช่วยกันคนละคนละมือในการย่อยให้เข้าใจได้ง่านในสไตล์ของแต่ละช่องทาง พร้อมนำส่งข้อความจากงานของพวกเราไปออกสู่ผู้คนเป็นวงกว้าง
ทั้งสื่อการเงิน นักลงทุน ครีเอเตอร์ เพจความรู้ ไปจนถึง Bitcoiner ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากหน้าฟีด ปลายพฤศจิกายนนี้มีโอกาสได้มาเจอ พูดคุย และแลกเปลี่ยนกันแบบตัวเป็น ๆ ที่งานครับ 🧡
🎫 สำหรับใครที่ยังไม่มีบัตร จดวันที่ 10 ตุลาคมไว้เลย ใช้ KOL Code จากพาร์ตเนอร์ที่คุณติดตาม รับส่วนลดค่าบัตร 10% ในวันที่ 10 ตุลาคม 2026
ขอบคุณทุกช่อง ทุกเพจ และทุกคนที่ช่วยกันส่งต่อเรื่องราวของ Bitcoin ในแบบของตัวเองมาตลอด ปีนี้มาเจอกันที่งาน แล้วคุยกันให้เต็มที่กว่าเดิมครับ
Bitcoin Thailand Conference 2026 28–29 November 2026 Samyan Mitrtown Hall, 5th Floor
รายละเอียดและบัตรเข้าร่วมงาน
#BTC2026 #Bitcoin #บุกเบิก #Siamstr

มาแล้ว #BitcoinTalk Ep. 241 4 Year Cycle เอาอยู่แน่นะ? #Siamstr
Loading quoted post…
Speaker lineup is in. Bitcoin Thailand Conference 2026
November 28–29, 2026 Samyan Mitrtown, Bangkok Secure your seat: https://bitcointhailand.co
#Bitcoin #Siamstr #RightShift #BTC2026 #BitcoinThailand2026
9/24/2026, 3 engagements
เราเห็นภาพพัฒนาการทางเทคโนโลยีเต็มฟีด แต่นั่นก็ไม่เคยเติมเต็มหัวใจของคุณได้เลยใช่ไหม?
นั่นเพราะทุกวันนี้เราแทบมองไม่เห็น "พัฒนาการของมนุษยชาติ" เลยยังไงล่ะ
จนเกิดคำถามว่า โลกเราจากนี้จะเป็นอย่างไร แล้วหนึ่งช่วงชีวิตนี้เราจะทิ้งอะไรไว้ให้คนรุ่นหลัง
ถึงจะยังไม่ได้รู้คำตอบแบบแจ่มแจ้ง แต่งาน Thailand Bitcoin Conference 2024 ก็ทำให้รู้สึกว่าได้เข้าใกล้คำตอบนั้นเรื่อยๆ
ในปีนั้นมากับ Theme: Bitcoin Fixes This ที่พวกเราได้ตีแผ่ความเลวร้ายของสังคมที่เสื่อมทราม กลับตาลปัต ในยุคที่คนเลือกที่จะไม่มีลูก ในยุคที่ความเห็นแก่เวลาถูกตีกรอบในอยู่แค่ในหนึ่งช่วงชีวิต สร้าง เสพ และปรนเปรอตัวเองให้เร็วที่สุด...
เป็นสิ่งที่เราเข้าใจอย่างสุดซึ้งในวันที่เงินเฟ้อเร่งความเร็วในการใช้ชีวิตขึ้นในทุกมิติ
ความโอบอ้อมอารีต่อผู้คน ความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ความละเอียดละเมียดละไมในการบริโภค คุณค่าทางสารอาหารในหนึ่งมื้อที่ลดฮวบ ความอบอุ่นที่คุณจะหาได้จากครอบครัว ก็ค่อยๆ หายไปในสังคมที่เงินเสื่อมลง
มันเข้าใจได้ และพวกเราเองก็รู้ถึงที่มาของชีวิตอันเร่งร้อนและฉาบฉวยเหล่านั้น
แต่เราในขณะที่พวกเราเองก็มีภาพอนาคตที่อยากเห็น
เพราะแบบนั้น งาน Bitcoin Thailand จึงมีธรรมชาติอย่างหนึ่ง นั่นคือมันจะไม่ใช่แค่ที่ที่คุณจะมาตักตวงความรู้ นั่งฟังวิทยากรแชร์ insight ในตลาด หรือแจกสูตรการป้อนคำสั่ง LLM ให้พ่นคำตอบออกมาเพื่อสนองความรู้สึก Productive
แต่มันจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนจะ "ถม" คุณค่าที่พวกเขาสร้างลงมาในงาน ภาพฝันอะไรก็ตามที่คุณอยากจะเห็นมันเกิดขึ้นในอนาคต คุณสามารถควักมันออกมาแสดงให้คนไทยได้เป็นที่ประจักษ์
และใช่ หลายโปรเจกต์ที่เกิดขึ้นใน TBC2024 (และ BTC2023) ตอนนี้ถูกพัฒนาต่อยอดจนเป็นชิ้นงานที่ "เสร็จ" และถูกส่งมอบแก่ End User เรียบร้อย
และไม่ใช่แค่นั้น... ในปี 2025 ที่เป็นตลาดขาขึ้นที่สุดแสนน่าจะเบื่อ เราก็เว้นช่วงไว้ให้ Local Community ได้ฟอร์มตัวขึ้น แนวหน้าหลายคนก็ฟาร์มของเต็มที่ และเริ่มมีโปรเจกต์ที่สานต่อจน "เสร็จ" พร้อมเปิดตัวใน BTC2026 . . ในโลกที่เราค่อยๆ รู้สึก "หมดหวัง" จากการสร้างตัวที่ยาก และความสนุกในการใช้ชีวิตก็ถูกบีบอัดและเร่งให้เร็วขึ้น
แต่ Bitcoin ทำให้เรา "มีหวัง" อีกครั้ง และคน Bitcoin ก็เชื่อมั่นในแนวคิดการสร้างคุณค่าอย่างสุดหัวใจ
บนฐานของเงินที่มีไม่จำกัด คุณค่าถูก "สกัด" ออกมาเพื่อไขว้คว้าเศษเสี้ยว Purchasing Power ที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเครดิต
แต่บนฐานของเงินมีจำกัด คุณค่าถูก "สร้างสรรค์" ออกมา เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่คุณจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบตัวเงิน
ประเทศไทย กลายเป็นคอมมูฯบิตคอยน์ที่เหนียวแน่นที่สุดในเอเชีย
ด้วยความบ้าคลั่งในการสร้างคุณค่านั้น ยากที่ใครจะแข่ง
และด้วยความโอบอ้อมอารีที่อยู่ใน DNA คนไทย ก็ยากที่ใครจะเลียนแบบ
แอบเสียดายแทน ถ้าคุณยังมองงานนี้เป็นแค่งานการเงินการลงทุนดาดดื่น แจกโพยสินทรัพย์พารวย...คือของพวกนั้นมันมีอยู่แล้วล่ะ แต่ไม่ใช่แก่นของงานเลย
ที่นี่รวมเอามนุษย์สร้างคุณค่ามาไว้ในที่เดียวกัน และทุกคนเชื่อมโยงกันผ่าน Bitcoin
และทุกคนในงานนี้เป็นผู้ #บุกเบิก เทคโนโลยี Bitcoin สู่ประเทศไทย และถูกจารึกไว้ในฐานะแนวหน้าที่ลุยสำรวจทุกความเป็นไปได้ สร้างรากฐานที่มั่นคงให้พร้อมกับคนไทย
เจอกัน 28-29 พฤศจิกายน นี้ ที่ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ชั้น 5
#BTC2026 #BitcoinThailandConference2026 #Siamstr

เปิด Agenda เวทีหลักของ Bitcoin Thailand Conference 2026 ⚡️ เจาะลึกโดยคนที่รู้จริง
ตั้งแต่คำถามพื้นฐานที่สุดว่า Bitcoin คืออะไร และอะไรไม่ใช่ Bitcoin
ไล่ไปจนถึงระบบการเงินโลก, เงินเฟ้อ, Portfolio, Corporate Treasury, พลังงาน, Mining, AI, Quantum Computing
ไปจนถึงคำถามใหญ่... ถ้าประเทศไทยขุด Bitcoin จะเกิดอะไรขึ้น?
หรือ ประเทศไทยมีโอกาสขึ้นเป็นมหาอำนาจโลกในปี 2036 หรือไม่? และสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น
0.1 BTC จะเป็นหมุดหมายแรกของอิสรภาพทางการเงินได้แค่ไหน? สองวันเต็มบน Main Stage กับมุมมองจากคนหลายสาย ทั้งเศรษฐศาสตร์ การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน ธุรกิจ และคนที่ลงมือสร้างของจริงในโลก Bitcoin
28–29 พฤศจิกายน 2026 Samyan Mitrtown Hall ชั้น 5 นี่คือ Agenda บางส่วนจาก Speaker ใน Main Stage ของทั้งสองวัน 🧡
รายละเอียดงานและสิทธิพิเศษเพิ่มเติม รับฟรี! เสื้อ Fix The Money 2026 เพียงซื้อบัตร BTC2026 ก่อน 21 ก.ย. 69
🎓 ลิงก์ลงทะเบียนรับโค้ดส่วนลด 30% สำหรับนักเรียน-นักศึกษา : https://docs.google.com/.../1FAIpQLSfxS0VyhcWnzq.../viewform
🔗 ลิงก์ซื้อบัตร https://www.bitcointhailand.co/tickets
งาน Bitcoin Thailand Conference 2026 วันที่ 28–29 พฤศจิกายน 2569 ณ สามย่านมิตรทาวน์
#BTC2026 #BitcoinThailandConference #BitcoinThailand #Siamstr

มหกรรมความรู้บิตคอยน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย และพัฒนาการด้านคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็งที่สุดในเอเชีย
Bitcoin Thailand Conference 2026 Inspiring the Next Generation of Bitcoin Vanguards.
จุดประกายคนรุ่นใหม่ ส่งไม้ต่อผู้ก้าวสู่แนวหน้าของโลกบิตคอยน์ วันเสาร์–อาทิตย์ที่ 28–29 พฤศจิกายน 2026 Samyan Mitrtown Hall ชั้น 5, Samyan Mitrtown
เมื่อโลกกำลังถูกกัดกินด้วยเงินที่เสื่อมค่า… ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นถึงโลกในอดีตที่เมื่อใช้ “เงินสร้างง่าย” ก็จะมุ่งสู่การล่มสลายอย่างเลี่ยงไม่ได้
การเคลื่อนที่เข้าหา Hard Asset จึงเป็นสัญชาติญาณการเอาตัวรอด
แต่จะยอมแลกความสะดวกสบายในการแลกเปลี่ยน แล้วกลับสู่ยุคสมัยของ “ทองคำ”
หรือจะก้าวต่อไปข้างหน้าสู่วิวัฒนาการขั้นต่อไป ของระบบการเงินใหม่อย่าง “บิตคอยน์”
ใน BTC2026 คุณจะได้สัมผัสคำตอบนั้นกับ 3 เวที ที่จะไล่ลำดับความลึกล้ำดำดิ่งสู่เทคโนโลยีเงินของอิสรชน
Main Stage : เบิกเนตร เปิดประสบการณ์กับภาพรวมเศรษฐกิจโลก ทิศทางการเปลี่ยนแปลง และกลยุทธ์ในระดับมหาภาค ทั้งในมิติการเงิน การลงทุน ธุรกิจ เทคโนโลยี และสังคม
Citadel Stage : ลงหลุมกระต่ายให้ลึกขึ้น เนื้อหาเข้มข้น เฉพาะทางมากขึ้น สำหรับยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และเทคโนโลยีการเงิน ฉบับคนบิตคอยน์ คุยกันแบบภาษาบิตคอยน์ แบบไม่เกรงใจสื่อกระแสหลัก
Workshop Stage : ลับคมให้ผู้คนที่เริ่มอยากลงมือทำจริง ขัดเกลาทักษะ ยกระดับเครื่องมือ อุปกรณ์ ระบบปฏิบัติ และการพัฒนาบุคคล สู่แนวหน้าที่พร้อมจะออกไปสร้างสรรค์ความเป็นจริงให้กับโลก
เต็มอิ่มกับความรู้ที่เพิ่มพูน สัมผัสประสบการณ์ของผู้ #บุกเบิก เทคโนโลยีเงินเปลี่ยนโลก ตลอดระยะเวลา 2 วัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 18.00 น.
ในราคาบัตรเริ่มต้นที่ 2,190 บาท พิเศษ สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรก่อน 21 ก.ย. 2026 รับฟรี! เสื้อ Fix The Money 2026
จองที่นั่งได้แล้ววันนี้ที่ www.bitcointhailand.co/tickets
#BTC2026 #BitcoinThailand #BitcoinThailand2026 #Siamstr

28–29 พฤศจิกายน 2026 นี้ เตรียมพบกับงาน Bitcoin แห่งปี Bitcoin Thailand Conference 2026 รวมผู้สร้างและคนตัวจริงในวงการ Bitcoin พร้อมเรื่องราวและมุมมองที่จะพาเราไปไกลกว่าที่เคย เพราะผู้บุกเบิกไม่ได้รอคอยอนาคต พวกเขาสร้างมันขึ้นมา แล้วพบกันที่ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ
#BTC2026 #BitcoinThailand #Siamstr #Bitcoin
8/18/2026, 4 engagements
มาแล้ว #bitcoinTalk EP239 Bitcoin is Fiiinnneee #Siamstr
Loading quoted post…
8/17/2026, 3 engagements
มาแล้ว #Bitcointalk 232 90 ล้านดอลลาร์หายในพริบตา!: ถอดรหัสหายนะ Coldcard RNG Exploit #Siamstr
Loading quoted post…
8/3/2026, 2 engagements
ตอบสั้นๆ จากกรณีช่องโหว่ COLDCARD
ช่องโหว่นี้คืออะไร? ตอบ: ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้เกิดจากฟังก์ชันสร้างเลขสุ่ม (Random Number Generator: RNG) คุณภาพต่ำ ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้าง seed phrase ของคุณขึ้นมาใหม่และเอาเหรียญไปได้ ไม่ใช่การที่ตัวอุปกรณ์ส่ง seed ออกมาจากตัวมัน
อุปกรณ์รุ่นไหนเสี่ยงบ้าง ตอบ: ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ COLDCARD Mk3, Mk4, Mk5, Q เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ไม่ได้กระทบพื้นฐานของบิ๓ค๐ยน์ และไม่ได้เปลี่ยนแปลง trade-off ที่ว่าในการฝากตัวกลางเราจำเป็นต้องไว้วางใจบุคคลที่สาม - มีความเสี่ยงจากการจำกัดการใช้งาน ยึด หรืออายัด - ต้องแลกความเป็นส่วนตัว ผมยังคงสนับสนุนให้ทุกคนศึกษาและฝึกฝนการ self-custody เพื่อเข้าถึงคุณสมบัติของการเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง - มีอิสระในการใช้งาน - และรักษาความเป็นส่วนตัว และในขณะเดียวกัน จำกัดความเสี่ยงจากการสูญเสียสินทรัพย์จากการเก็บรักษาไม่ถูกวิธี
บิตคอยน์มอบทางเลือกนั้นให้เรา และเราสามารถเลือกวิธีไหนที่เหมาะกับเราก็ได้ หากเรามีสติ มีวิจารณญาณ และความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ขอให้ทุกคนปลอดภัยครับ อาจารย์ขิง สิรภพ นิลบดี
#COLDCARD #HardwareWallet #Bitcoin #Siamstr

8/3/2026, 8 engagements
ด่วน!!! สำหรับผู้ใช้ Hardware Wallet COLDCARD
มีการรายงานช่องโหว่ใน firmware ของ hardware wallet แบรนด์ COLDCARD ซึ่งเอื้อให้ผู้โจมตีสามารถคำนวณสร้าง seed phrase ของเหยื่อขึ้นมาเพื่อสั่งโอนเหรียญออกได้
ในรายละเอียดคือเป็นช่องโหว่เกี่ยวกับฟังก์ชันสุ่มเลข (Random Number Generator: RNG) ที่สร้าง entropy คุณภาพต่ำ หากผู้โจมตีมีกำลังคอมพิวเตอร์พอประมาณ และรู้ข้อมูลที่จำเป็น ก็จะสามารถสร้าง seed เดียวกันขึ้นมาใหม่ได้โดยไม่ต้องเข้าถึงตัวอุปกรณ์หรือรู้รหัส PIN ของตัว hardware wallet เลย
ปัจจุบันความเสียหายที่เกิดขึ้น มีเหรียญถูกขโมยไปแล้วมากกว่า 600 BTC ทั้งหมดเป็นเหรียญที่เก็บรักษาด้วยอุปกรณ์รุ่น COLDCARD Mk3 (ช่องโหว่นี้ปรากฎอยู่ใน firmware รุ่น 4.0.1 ขึ้นไป) อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุ ตอนนี้ชุมชนบิตคอยน์กำลังตรวจสอบโค้ดของ COLDCARD อย่างเข้มข้น และเริ่มมีการรายงานว่าพบช่องโหว่แบบเดียวกันบนอุปกรณ์รุ่นอื่นไม่ว่าจะเป็น Mk4, Mk5 และ Q ด้วย ถึงแม้ว่าจะโจมตีได้ยากกว่า แต่ก็พบว่าสร้าง entropy คุณภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเช่นกัน
ใครที่กำลังใช้งาน COLDCARD อยู่ โดยเฉพาะรุ่น Mk3 ถ้าคุณเก็บเหรีญไว้ใต้ seed phrase ที่สร้างด้วยฟังก์ชั่นปกติบน COLDCARD โดยไม่มีมาตรการอื่นป้องกันเพิ่มเติม (เช่น passphrase หรือ multisig) ให้พิจารณาย้ายเหรียญออกไปไว้ที่อื่นโดยด่วนที่สุด
ใช้ seed เดิม แต่เพิ่ม passphrase เข้าไป แล้วย้ายเงินไปไว้ใน hidden wallet ที่ได้รับการปกป้องด้วย passphrase นั้น (สำคัญ - ต้องจำ passphrase ให้ได้ทุกตัวอักษร)
สร้าง seed ใหม่โดยใช้ฟังก์ชันการสร้าง seed แบบทอยลูกเต๋าบนตัว COLDCARD เอง เพื่อใช้แหล่ง entropy จากภายนอก แล้วย้ายเหรียญไปไว้ในกระเป๋าใต้ seed ใหม่
สร้าง seed ใหม่ด้วย hardware wallet แบรนด์อื่น แล้วย้ายเหรียญไป ฝากเหรียญกลับเข้า exchange ไปก่อน ไว้ค่อยสร้างกระเป๋าที่ปลอดภัยแล้วถอนออกมาใหม่ภายหลัง (แต่ต้องยอมแลกความเป็นส่วนตัว) cr: อ.ขิง ไรท์ ชิฟท์
#Siamstr #Bitcoin
เมื่อ Bitcoin ยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านความสามารถในการเก็บออม และคืนเวลาที่มนุษย์ไม่ต้องดิ้นรนตะเกียกตะกาย เพียงเพื่อวิ่งหนี “เงินเฟ้อ” คุณค่าดังกล่าวจึงกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการไทย นำความเชี่ยวชาญของตนในรูปแบบสินค้าและบริการ มา “แลก” กับเงินที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ก่อกำเนิดเป็นระบบนิเวศ “ร้านค้ารับ Bitcoin” ขนาดย่อมที่ค่อย ๆ หยั่งราก และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนวันนี้ จำนวนร้านค้าที่เพิ่มขึ้นได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญ ซึ่งปักประเทศไทยลงบนแผนที่ Bitcoin ในสายตาของผู้คนทั่วโลก ด้วยร้านค้ากว่า 516 แห่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ประเทศไทยจึงก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้าน Bitcoin ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาสัมผัสบรรยากาศการใช้จ่าย Bitcoin จริงได้ที่ “ตลาดนัดไลท์นิ่ง” ภายในงาน
Bitcoin Thailand Conference 2026 (BTC2026) Inspiring the Next Generation of Bitcoin Vanguards. จุดประกายคนรุ่นใหม่ ส่งไม้ต่อผู้ก้าวสู่แนวหน้าของโลก Bitcoin วันเสาร์–อาทิตย์ที่ 28–29 พฤศจิกายน 2026 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ
#BTC2026 #BitcoinThailand #BitcoinThailand2026 #Siamstr
7/27/2026, 9 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk ep 237 Fiat economy, ultra smooth #Siamstr
Loading quoted post…
7/20/2026, 1 engagement
คนที่ศึกษา Bitcoin ก็เหมือนคนที่วิ่งเข้ามาถางป่า ในวันที่คนส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็นมูลค่าของ “ที่ดิน” ปกป้อง Thai Ratel , สายงานการเงิน (วาณิชธนกิจ)
—
ถ้าเราไม่ออกมาพูด… มันก็เหมือนกับการปิดโอกาสของคนอื่น ที่อาจเข้าถึง Bitcoin ได้ ดร.พฤกษ์ , นักพัฒนาผู้ผสานการใช้ Bitcoin ควบคู่กับ AI
—
ผมอยากให้ BTC กระจายออกไปสู่มือของคนตัวเล็ก ๆ ให้ได้มากที่สุด ณภัทร ขาวสุวรรณ , ผู้เชื่อมต่อผู้ประกอบการสู่ Bitcoin
—
เวลาว่างของเราจะถูกแปลงให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ด้วยการให้ความรู้เรื่อง Bitcoin ชลธิศ มณีวงษ์ , ผู้ให้ความรู้ Bitcoin ในจังหวัดนครราชสีมา
—
นี่คือเสียงของเหล่า "ผู้สร้าง" จาก Bitcoin Community แห่งประเทศไทย
ที่อยากประกาศให้ทุกท่านทราบว่า งานในปีนี้…เราจะไม่ได้พูดถึงความเลวร้ายของระบบเงินเฟียต หรือบ่นกันจนเซ็งแซ่ถึงปัญหาและความทุกข์ยากจากระบบเงินปล้นโลก
แต่เราจะก้าวไปข้างหน้า เพื่อ #บุกเบิก แนวทาง เครื่องมือ และกำลังพลที่พร้อมนำไปใช้ได้จริง โดยมุ่งสู่อนาคตที่ Bitcoin จะถูกนำมาใช้พัฒนาหน่วยทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
Inspiring the next generation of Bitcoin vanguards. จุดประกายคนรุ่นใหม่ ส่งไม้ต่อผู้ก้าวสู่แนวหน้าของโลก Bitcoin
Bitcoin Thailand Conference 2026 วันที่ 28–29 พฤศจิกายน 2569 ณ สามย่านมิตรทาวน์
จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้
https://www.bitcointhailand.co/tickets
#BTC2026 #BitcoinThailand #BitcoinThailand2026 #Siamstr #Bitcoin
Proof of Work behind the scenes. Right Shift instruction team is refining the blueprint for the upcoming SeedSigner Starter Pack workshop. 🔒
A glimpse into what we are stress-testing for you: • Generating seed phrases from entropy (raw images) • Backing up keys via QR codes • Testing statelessness (pulling the plug to wipe the machine) • Polishing the core educational framework • Assembling the custom 'Citadel' case by Ajarn Khing
All in 1 day: Build your own stateless device, take it home, and master a whole new level of Bitcoin security that leaves commercial hardware wallets behind.
📅 Saturday, July 25, 2026 📍 CDC Foundation Building 👉 Secure your seat here: http://rightshift.to/course-shop/seedsigner-starter-pack
#Bitcoin #SeedSigner #Siamstr #RightShift


7/10/2026, 3 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk 236 บิตคอยน์จะไปไหน คลิปนี้ ไม่มีคำตอบ #Siamstr
Loading quoted post…
7/6/2026, 3 engagements
อยากประกอบ Hardware Wallet ใช้เองสักเครื่อง…ลองดูลิสต์อุปกรณ์เหล่านี้
กางราคาอุปกรณ์ในการประกอบ SeedSigner
แต่หากเรียนกับ Right Shift สิ่งที่นักเรียนจะได้เพิ่มนอกจากอุปกรณ์ คือประสบการณ์ workshop ที่ทางผู้จัดคลาสช่วยคัดของ จัดเตรียมอุปกรณ์ พาประกอบ และอธิบายการทำงานของ hardware wallet อย่างใกล้ชิด โดยทีมสอนที่มีประสบการณ์ ตั้งแต่การยืนยัน version ของ firmware การตัด Wi-Fi ออกจาก Raspberry Pi และการสอนวิธีเช็คเพื่อให้มั่นใจว่า SeedSigner ที่ประกอบเสร็จแล้วไม่สามารถแอบส่ง seed ออกไปข้างนอกได้ รวมถึงการสร้าง seed สร้างกระเป๋าแบบ watch-only และกู้ seed ภายในคลาส หลังจากนักเรียนสร้างกระเป๋าแล้ว เราจะให้นักเรียนปิด SeedSigner และพากู้ seed กลับมาอีกครั้ง
หากอยากประหยัด สามารถตาม list อุปกรณ์ที่กางมาแล้วซื้อมาประกอบเองได้ แต่ต้องพึงระลึกเอาไว้เสมอว่า “hardware wallet ไม่ใช่ของเล่น หรือเครื่องเกม” hardware wallet ที่ไม่ปลอดภัย และการใช้งานผิด ๆ ทำเงินหายจริง การประกอบ hardware wallet ใช้เองนั้นยากกว่าการซื้อแบบสำเร็จมาใช้ เพราะเราต้องดูแลความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์เอง และวิธีใช้อาจยากกว่า hardware wallet ปกติ ซื้อมาประกอบแล้ว hardware ของแท้ไหม? ซื้อมาถูกตัวไหม? firmware ที่โหลดมาของแท้ไหม ยืนยันเป็นหรือไม่ hardware ไม่มี Wi-Fi และ Bluetooth แล้วจริง ๆ ใช่ไหม? ตรวจสอบอย่างไร ตัดอย่างไรและยืนยันอย่างไรขั้นตอนเหล่านี้สำคัญ เพราะหากทำไม่ดีเราอาจได้ firmware ปลอม หรือ hardware ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจนำไปสู่การหลุดของ seed ระหว่างใช้งาน
คอร์สนี้จึงเกิดมาเพื่อจับมือผู้ที่สนใจอยากได้ SeedSigner กลับบ้านไปใช้จริง พร้อมรู้วิธีดูแลความเสี่ยงทั้งหมด ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีอาจารย์และ TA คอยประกบ เพื่อซื้อความมั่นใจในวิธีประกอบ วิธีใช้งาน best practice ด้านความปลอดภัย และการเก็บรักษา seed backup ครบจบภายใน 1 วัน ได้เครื่องกลับบ้าน ได้วิธีประกอบและพื้นฐานการรักษาความปลอดภัยให้ Bitcoin ที่ยกระดับจากการใช้ HW ทั่วไป // Techin
#Seedsigner #starterpack #techin #hardwarewallet #Siamstr

7/3/2026, 10 engagements
"I want to teach children logic and critical thinking to prepare them for life, because children shape the future. But my job isn't just about teaching kids; it's also about communicating with parents. If we are parents today, we must lay down a solid financial foundation for our children as well."
See you at Bitcoin Thailand Conference 2026 November 28 - 29, 2026 | Samyan Mitrtown, Bangkok
Get Your Tickets: http://bitcointhailand.co #Bitcoin #Siamstr #RightShift #BTC2026
6/30/2026, 5 engagements
The movement starts from within. 🪐⚡️
Our first batch of speakers features the local pioneers who are leading the intellectual shift in Thailand. These are the uncompromised minds dedicated to a single mission: awakening people to the reality of true Financial Freedom.
No corporate talk. No hype-chasing. Every speaker on this lineup embodies the unyielding ethos of Bitcoin—educating the next generation to reclaim their monetary sovereignty.
If you want to understand the true pulse of Asia’s financial awakening, Bangkok is the rally point this November.
Secure your position before the tier closes. 👉 Claim your ticket: http://bitcointhailand.co
#Bitcoin #Siamstr #RightShift #BTC2026


6/28/2026, 1 engagement
"I believe in doing a little bit every day, step by step, but doing it relentlessly and continuously." — Piriya Sambandaraksa, Co-Founder of Right Shift.
Bitcoin isn't built on overnight hype. It is forged through relentless, daily Proof of Work.
The Bitcoin Thailand Conference 2026 is the ultimate gathering for those who refuse to stop building the parallel economy. No corporate fluff—just pure execution.
Lock in your price today before allocations melt.
👉 Secure your seat: http://bitcointhailand.co
📅 November 28 - 29, 2026 📍 Samyan Mitrtown, Bangkok
#Bitcoin #Siamstr #RightShift #BTC2026
6/24/2026, 3 engagements
Tickets for the Bitcoin Thailand Conference 2026 are officially LIVE. 🎫⚡️
👉 Claim your ticket now: http://bitcointhailand.co
No speculation. No corporate fluff. This is the global rally point for the next generation of Bitcoin vanguards, builders, and sovereign minds.
Securing your seat today means locking in your place at the ultimate frontier of execution in Asia. Prices will rise, and allocations are strictly limited.
Stop waiting for the future. Come build it.
📅 November 28 - 29, 2026 📍 Samyan Mitrtown, Bangkok #Bitcoin #BitcoinThailand #Siamstr #RightShift #BTC2026
6/22/2026, 5 engagements
The Bitcoin Thailand Conference 2026 📅 November 28 - 29, 2026 📍 Samyan Mitrtown, Bangkok Tickets drop at http://bitcointhailand.co #Bitcoin #BitcoinThailand #Siamstr #RightShift #BTC2026


6/21/2026, 6 engagements
Tickets drop tomorrow.
Japan is regulating.
Korea brings retail fire.
Singapore & HK bring capital.
Thailand is executing — #4 globally in Lightning merchants, real circular economy running today.
Builders from across Asia (and beyond) are gathering Nov 28–29 in Bangkok.
Secure your seat → http://bitcointhailand.co
Where are you building from? 👇 #BitcoinAsia #BitcoinJapan #비트코인 #BitcoinSingapore #BitcoinHK #BTCThailand #Siamstr
No fluff. No fiat distractions. Just the raw architecture of freedom.
The Bitcoin Thailand Conference 2026 strips away the noise to focus on 5 core frontiers. If you are fighting to build the decentralized future, this is your tactical briefing in Southeast Asia.
We are here to push the frontier—inspiring the next generation of Bitcoin vanguards.
📅 November 28 - 29, 2026 📍 Samyan Mitrtown, Bangkok 🎫 3 days until Early Bird drop at http://bitcointhailand.co #Bitcoin #BitcoinThailand #Siamstr #RightShift


6/20/2026, 5 engagements
Bangkok is no longer just a destination. It is an active frontier for the parallel Bitcoin economy.
Look at the hard data. According to the BTC Map Global Leaderboard, Thailand is currently ranked #4 in the world for merchant adoption. While the mainstream media fixates on exchange charts, local builders and merchants on the ground have quietly deployed over 415 verified circular economies via the Lightning Network.
They didn't wait for global adoption—they just built it.
This November, we are anchoring this unshakeable movement right in the heart of the city at our new launchpad, Samyan Mitrtown. Come see what actual execution looks like.
📅 November 28 - 29, 2026 📍 Samyan Mitrtown, Bangkok 🎫 Tickets drop June 21st at http://bitcointhailand.co #Bitcoin #BitcoinThailand #Siamstr #BTC2026 #RightShift


6/18/2026, 2 engagements
Think Southeast Asia is just about tourism? Think again. The Thai Bitcoin community is building an unshakeable citadel.
Behind the scenes of this video is a movement of OGs, developers, and sovereign families who stopped complaining about the fiat system and started building a parallel economy.
Don't just watch the global transition happen from afar—come experience one of the most vibrant, hardcore Bitcoin communities in the world with your own eyes.
⚡️ Bitcoin Thailand Conference 2026 — 3rd Edition🛠️ Theme: Pioneer | The Builders Are Gathering 📍 Samyan Mitrtown, Bangkok 📅 November 28 - 29, 2026 🎫 Tickets drop June 21st at http://bitcointhailand.co #Bitcoin #BitcoinThailand #Siamstr #BTC2026 #RightShift
6/16/2026, 19 engagements
Inflation and surveillance aren't just things to complain about—it’s time to build the escape hatch.
Introducing Bitcoin Thailand Conference 2026 — 3rd Edition
⚡️ Theme: Pioneer | The Builders Are Gathering
From debate to pure execution.
Our 5 core pillars for the transition:
🔹 Breakthrough: Macro & The Fiat Exodus 🔹 New World: Protocol & Sovereignty 🔹 Settlement: Lightning & Parallel Economy 🔹 Pioneer’s Path: Culture & Local Impact 🔹 Fiat Prison: Control & The Escape
Join the vanguard in Southeast Asia.
📍 Samyan Mitrtown, Bangkok 📅 Nov 28-29, 2026 🎫 Tickets drop June 21st at http://bitcointhailand.co
"Pioneers do not wait for the future; they build it."
🌐 For speaking/sponsorships: DM us or [email protected]
#Siamstr #Bitcoin #bitcointhailand #BitcoinConference

6/14/2026, 14 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk 234 5 ปีอยู่ที่เดิม หรือบิตคอยน์จะหมดอนาคต? #Siamstr
Loading quoted post…
มาแล้ว #BitcoinTalk 232 ทางรอดหรือทางตัน? สรุปดราม่า eCash Hard Fork และอนาคต BitVMX #Siamstr
Loading quoted post…
5/11/2026, 8 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk Ep 231 Winter is Over? #Siamstr
Loading quoted post…
4/27/2026, 1 engagement
มาแล้ว #BitcoinTalk Ep.229 เดี๋ยวควอนตัมมา บิตคอยน์ก็ตาย #Siamstr
Loading quoted post…
3/30/2026, 5 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk EP. 228 How do we get out of this mess? #Siamstr
Loading quoted post…
3/16/2026, 3 engagements
มาแล้ว Bitcoin Talk 226 | เปิดแฟ้ม Epstein กับ Bitcoin #Siamstr
Loading quoted post…
มาแล้ว Bitcoin Warsh Trade เมื่อโลกเลือกเดินทั้งสองทาง Bitcoin Talk ep 225 (934717) #Siamstr
Loading quoted post…
มารอกันได้เลย เมื่อเงินตาย รัฐก็ล้ม: บทเรียนจากเวเนซุเอลา | Bitcoin Talk 223 930998 #Siamstr
Loading quoted post…
มาแล้ว #BitcoinTalk 222 All Wars are Banker's Wars 928963 #Siamstr
Loading quoted post…
12/22/2025, 2 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk 221 The East Side Story ส่องบิตคอยน์ในโลกตะวันออก 926975 #Siamstr
Loading quoted post…
12/8/2025, 2 engagements
เปิดให้ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ กับคอร์ส Hardware and Lightning Wallet “ครั้งที่ 2”
นำสอนโดย อาจารย์ขิง พร้อมทีม TA มากความสามารถและประสบการณ์สอน
ในคลาสคุณจะได้เรียนรู้การทำงานของกระเป๋าบิตคอยน์ พร้อมสาธิตวิธีการใช้ผ่านอุปกรณ์ Hardware Wallet ก่อนที่นักเรียนทุกคนจะได้ลอง “ทำธุรกรรมด้วยตัวเอง” โดยมีทีมผู้สอนคอยประกบอย่างใกล้ชิด
ความพิเศษของคลาสนี้คือ หลังจากสอนติดตั้ง Bitcoin Lightning Wallet แล้ว
“ทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้บิตคอยน์ซื้อสินค้าด้วยตัวเอง” . . . ราคาเดิม 2,790 บาท
จำกัดสิทธิ์ลงทะเบียนที่ 30 ที่นั่ง เพื่อการดูแลอย่างใกล้ชิดและทั่วถึง
กำหนดการณ์เรียน วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 9.00 - 16.00 น. สถานที่ CDC Foundation
”เปิดให้ลงทะเบียนแล้ววันนี้“
ราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับ Hardware Wallet อยู่ในลิงก์ลงทะเบียน
คลิ๊ก https://rightshift.to/product/ladder5-3/
#Saimstr

11/22/2025, 3 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk 220 วันนี้คุยอะไรกันดี 922980 #Siamstr
Loading quoted post…
11/10/2025, 4 engagements
มาแล้ว #BitcoinTalk 219 | The Block Doesn't Care About Your Feelings 920101 #Siamstr
Loading quoted post…
10/27/2025, 2 engagements
Pre-order ปกแข็ง เปิดแล้วนะครับ (มีการ์ด nfc + ลายเซ็น) รุ่นปกแข็งนี้ ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป ไม่มีผลิตเพิ่ม พรีได้ถึง 11 มิ.ย. นี้ครับ ใน Shopee มีส่วนลดเยอะมาก อย่าลืมใส่โค้ดกันนะครับ
ช่องทาง PRE-ORDER : THE BITCOIN STANDARD (ปกแข็ง) ที่นี่
Shopee :
https://s.shopee.co.th/2B2KopE21y
https://s.shopee.co.th/qWxEOZtGN
Lazada :
https://s.lazada.co.th/s.DHv7a
#Siamstr

เริ่มน่าตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว 🫦
เพราะนอกจากตัวตึงที่คุ้นหน้าแล้ว Bitcoin Pizza Day 2025 ยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษที่จะทำให้ผู้คนจาก Mainstream หลั่งไหลกันเข้ามาสัมผัส Bitcion Community
ฟรี! เริ่มลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ แล้วมาพบกันใน วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.00 - 21.00 น. ที่ The Royal River Hotel
#BitcoinPizzaDay2025 #RightEvent #Siamstr
‼️ในที่สุด หนังสือตีบวกสกิลฝีปากกล้าให้กับ Bitcoiner ก็ได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์แล้ว
จับจอง “Economics in One Lesson เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวจบ" ได้แล้ววันนี้ (ส่งมอบ 5 เม.ย. นี้) . ลิงก์ที่ใต้ Comment👇
#เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวจบ #EIOL #Siamstr

เตรียมพบกับ "อ.พิริยะ ft. โค้ชหนุ่ม" ภาค 2!!
🐀 ชีวิตเราทำงานไปเพื่ออะไร เพื่อใคร...ใช่ตัวเองหรือเปล่า? ทำไมดูเหมือนคนในวัยทำงานจะค่อยสูญเสียความฝันไปอย่างช้าๆ กับการถีบจักรอย่างบ้าคลั่งเพื่อไล่ตามความสำเร็จ(?)
ก่อนจะรู้ตัวอีกทีว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไป ภาพฝันที่จะเกษียณเลยในวัย 60 คงไม่มีอยู่จริง . ถ้าหากคุณเองรู้สึกว่าตัวเองคือหนึ่งคนที่อยากหลุดพ้นจากสถานะนี้...ตามเรามาใน งานเสวนา Own Your Future: Secure Your Tomorrow (Exit The Rat Race) . วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 - 17.00 น. ณ MBK Center ชั้น G Avenue A . ลงทะเบียนเข้างานฟรี (จำกัด 200 ที่นั่ง) เปิดให้ลงทะเบียนพร้อมกันในวันศุกร์ที่ 7 มี.ค. 2568
แล้วเจอกัน👋
#Siamstr #ExitTheMatrix #ExitTheRatRace #อยากหลุดพ้นหรือวนลูปเดิม

⚠️ ยุ่งเกี่ยวกับบิตคอยน์ต้องเสียภาษีแบบไหนบ้าง? มาอัปเดตความรู้บิตคอยน์และภาษีกันหน่อย . [[[บทความนี้ครอบคลุมเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น]]

ประชาชนชาวไทยทุกคน เมื่อมีเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องนำเงินได้ที่เกิดขึ้นมายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา . โดยที่นิยามของ ‘เงินได้พึงประเมิน’ ตามที่ระบุไว้ในประมวลรัษฎากรมาตรา 39 ไม่ได้มีความหมายแค่เฉพาะที่ได้รับในรูปแบบ ‘เงิน’ (ที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย) เท่านั้น แต่ยังรวมถึง ‘ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน’ ซึ่งนั่นก็หมายรวมถึงบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดอื่น ๆ ด้วย . หากคุณคุ้นเคยกับการคิดคำนวณและยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติอยู่แล้ว เงินได้ที่เกี่ยวข้อง หรืออยู่ในรูปแบบของบิตคอยน์ก็ไม่ต่างอะไรกัน (และหักค่าใช้จ่ายได้ด้วยเกณฑ์เดียวกัน) . การยื่นภาษีก็ตีมูลค่าเป็นหน่วยเงินบาท เอามามารวมกับเงินได้ประเภทเดียวกันที่อยู่ในรูปเงินบาทแล้วยื่นทีเดียว ไม่ต้องจำแนกว่าส่วนไหนรับเงินได้มาในรูปแบบใด . ความท้าทายของการยื่นภาษีเงินได้จากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ก็เพียงแค่ต้องระบุให้ถูกต้องว่าเงินได้นั้นจัดเป็นเงินได้ประเภทไหน เพื่อที่จะสามารถนำไปคิดคำนวณภาษีต่อได้อย่างถูกต้อง . . . และต่อไปนี้คือกิจกรรมบางประเภทที่บิตคอยเนอร์ หรือนักลงทุนบิตคอยน์อาจประสบพบเจอ .
เงินได้ประเภทนี้เกิดขึ้นทันทีที่เกิดการซื้อขายสำเร็จ หมายความว่าเงินได้ประเภทนี้จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อทำการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเหรียญสำเร็จ แม้จะยังไม่ได้ถอนเงินหรือสินทรัพย์ออกมาจาก Exchange ก็ตาม
โดยที่หากซื้อขายใน Exchange ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจฯ จาก ก.ล.ต. จะสามารถนำผลขาดทุนรวมในปีภาษีนั้นมาหักลบออกจากผลกำไรรวมในปีภาษีนั้นได้ แล้วนำเฉพาะผลกำไรส่วนต่างที่ยังเหลืออยู่มาคำนวณ (หากผลขาดทุนรวมมากกว่าผลกำไรรวม ถือว่าปีนั้นไม่เกิดเงินได้ตามมาตรานี้) ผลขาดทุนสามารถนำมาหักได้ปีต่อปี ไม่สามารถยกยอดสะสมข้ามไปใช้ในปีถัดไปได้
กรณีที่ได้รับบิตคอยน์มาด้วยวิธีการอื่นที่ไม่ใช่การซื้อ ให้ใช้มูลค่าของบิตคอยน์ในตอนที่ได้รับมานั้น (ซึ่งได้นำไปคำนวณภาษีเงินได้ในประเภทนั้นๆ แล้ว) เป็นต้นทุนในการคำนวณผลกำไรตามมาตรานี้ เช่น
ในกรณีที่ได้รับบิตคอยน์มาหลายครั้ง ต่างเวลา ต่างต้นทุนกัน กฎหมายอนุญาตให้เลือกคำนวณต้นทุนได้ 2 วิธี ระหว่างวิธีเข้าก่อนออกก่อน (First In - First Out) หรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) จะใช้วิธีใดก็ได้แต่ว่าต้องใช้วิธีเดียวกันกับการคำนวณเงินได้ของสินทรัพย์ดิจิทัลทุกชนิดในปีภาษีนั้น จะใช้หลายวิธีกับสินทรัพย์แต่ละชนิดไม่ได้ (ปีภาษีถัดไปสามารถเปลี่ยนวิธีได้) . 6. การนำบิตคอยน์ไปแลกเปลี่ยนกับสินค้า บริการ หรือแลกเปลี่ยนกับสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดอื่น: หากว่ามูลค่าของสินค้าหรือบริการนั้นในหน่วยเงินบาท มากกว่าต้นทุนตอนที่ได้บิตคอยน์นั้นมา ให้ถือว่ามีกำไรจากส่วนต่างราคาตามมาตรา 40(4)(ฌ) เช่นเดียวกับในข้อที่แล้ว
ยกตัวอย่างเช่น หากนำบิตคอยน์ไปแลกเปลี่ยนเป็นโทรศัพท์มูลค่า 15,000 บาท โดยที่บิตคอยน์นั้นมีต้นทุน 10,000 บาท ก็จะถือว่าต้องนำมูลค่าส่วนต่าง 5,000 บาทมาคำนวณ . . . การวัดมูลค่าของบิตคอยน์หรือสินทรัพย์ดิจิทัลชนิดอื่น ให้ใช้มูลค่า ณ เวลาที่ได้มา หรือราคาถัวเฉลี่ยในวันที่ได้มา ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ราคาที่ประกาศโดย Exchange ที่จัดทำขึ้นตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. เป็นต้น . สำหรับการยื่นภาษีด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องแนบหลักฐานใดๆ แต่ว่าหากเจ้าหน้าที่สรรพากรพิจารณาว่าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถเรียกให้เราต้องแสดงหลักฐานเพิ่มได้ เพราะฉะนั้นเราจึงควรเก็บหลักฐานและทำบัญชีธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ให้ครบถ้วน และคำนวณให้ถูกต้องด้วย . อาจารย์ขิง รายงาน
#siamstr
—
อ้างอิง
คู่มือคำแนะนำการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คริปโทเคอร์เรนซี โทเคนดิจิทัล
ประมวลรัษฎากร
https://www.rd.go.th/5937.html#mata39
กฎกระทรวงฉบับที่ 380 (พ.ศ. 2565) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร
https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/kormor/newlaw/T_0001.PDF

🧧เสริมพลังแห่งความมั่งคั่ง ต้อนรับตรุษจีน 2025 ด้วย RightCard 1st Edition!
NFC card ดีไซ์แรก ที่เราออกแบบด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด ผสานความเป็นมงคลด้วยโทนสีแดง-ทอง สื่อถึงความมั่งคั่งและความรุ่งเรือง มาพร้อมความน่ารักสดใสของตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์จาก Right Shift . เปิดประสบการณ์สัมผัสเทคโนโลยี NFC ที่ช่วยให้การจ่ายด้วยบิตคอยน์กลายเป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และ เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ในราคาใบละ 108 บาท รวมส่ง . น้องใช้เป็น Gift Card สำหรับแจกอั่งเปาได้อีกด้วยนะ มาส่งต่อความมั่งคั่งในโอกาสตรุษจีน 2025 นี้ ด้วยบิตคอยน์กันเถอะ❤️ #Siamstr . สั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ Right Shift (ลิงก์อยู่ในช่อง Comment👇)

ใกล้มาแล้วเตรียมปูเสื่อรอกันได้เลยพบกับ #BitcoinTalk 199 #Siamstr
Loading quoted post…
เจอกัน 2 ทุ่ม ดูแลสุขภาพอย่างไร…ในระบบที่ออกแบบให้เราป่วย? #Siamstr
Loading quoted post…
Bitcoin Day ในงาน Block Mountain มีอะไรน่าสนใจบ้างมาฟังกันในไลฟ์นี้ #Siamstr
Loading quoted post…
#สภายาส้ม EP62 เบื้องหลัง Nation-State Adoption ของประเทศไทย!? เทนโด้ : ครบเครื่องเรื่องสอนบิตคอยน์ อิสร: Secure vs Insecure ที่ทำให้เราพัฒนา? พี่ขิง : เบื้องหลัง Nation-State Adoption ของประเทศไทย!? ซุป : ทองคำมีสะดุ้ง... เจอกันสองทุ่ม #Siamstr
Loading quoted post…
เจอกัน 2 ทุ่ม #Siamstr ศาสนา การเมือง บิตคอยน์ และหมอฟัน | Right Talk EP.9 (หมอเอก x ประธานซุป x อิสระ)
Loading quoted post…
💡 January 3, 2009: The Day the World Changed Forever 💡
Satoshi Nakamoto created the Genesis Block—the very first block of #Bitcoin. This moment marked the beginning of a new journey filled with hope and dreams for a fair and open financial system accessible to everyone.
In the first block, Satoshi included the message:
"The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks."

This wasn't just a record of that day's events; it was a commentary on the failures of the traditional financial system and an invitation to envision a better alternative.
Bitcoin isn't just a technology—it's a pivotal step that ignited hope in the hearts of people around the world, pointing towards a future where everyone enjoys financial freedom.
16 years later, the world still faces challenges, but we possess the tools Satoshi provided to build a better future together.
🙏 Thank you, Satoshi, for your groundbreaking discovery and the inspiration you've given to people worldwide.
#Bitcoin #GenesisBlock #Siamstr

1/3/2025, 20 engagements
คืนนี้เวลา 19:30 น. พี่พง
จะพาเราไปสัมผัสกับชุมชนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน📍 ห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์
มาดูกันว่าทำไมที่นี่ถึงถูกเรียกว่า "Bitcoin City" กับวิถีชีวิตที่ทำให้คุณอยากเก็บกระเป๋าออกเดินทางทันที! 🚗💨

#Siamstr #RightShift #thailand #BitcoinCity
เจอกัน 2 ทุ่ม สภายาส้ม EP61 ประสบการณ์สุดพิเศษที่ "อมก๋อย" อาร์มแจ้งเตือนจาก Alby ให้จัดการบัญชีภายใน 3 มกราคม 2025 เทนโด้เปิดประสบการณ์สอนเด็กดอยใช้บิตคอยน์ ซุปชวนวิเคาะBlackRock เปิดตัววิดีโอให้ความรู้บิตคอยน์ #Siamstr
Loading quoted post…
มารอกันได้เลยวันนี้มี #RightTalk EP 8 พบกับหนุ่มหล่อที่ช่วยถ่ายภาพสวย ๆ ในงาน TBC2024 ของเราออกมา เรามาดูในแง่มุมอื่น ๆ ของผู้ชายคนนี้กันบ้าง
เจอกัน 2 ทุ่ม #Siamstr
Loading quoted post…
มาแล้ว #BitcoinTalk 197 ส่งท้ายปี 2024 (876020) #Siamstr
Loading quoted post…
มาเจาะลึกกลยุทธ์ Michael Saylor ที่ Hack ระบบเงินเฟียตและการสะสมบิตคอยน์ที่เหนือชั้น! #RightTalk EP.7 เจอกัน 2 ทุ่ม #Siamstr
Loading quoted post…
12/21/2024, 1 engagement
พลาดไม่ได้กับรายการ #RightTalk EP 6 ครั้งนี้ หยิบหัวข้อจ่กไลฟ์ยอดนิยมอย่าง BitcoinTalk EP 99 กลับมาคุยกันอีกครั้งในหัวข้อ "จัดพอร์ตให้เป็นระบบ" หลังดูจบจัดตามได้เลย #Siamstr
Loading quoted post…
12/18/2024, 1 engagement
#สภายาส้ม EP.60 "อย่าให้มีครั้งที่ 3!" 🔥 อะไรที่เกิดขึ้นแล้ว 2 ครั้ง...ครั้งที่ 3 จะเป็นหายนะ เจาะลึกทุกมิติ วิเคราะห์แบบจัดเต็ม พบกันวันนี้ 🔴 LIVE ที่เก่าเวลาเดิม 2 ทุ่ม ทั้งทุ่งม่วง ท่อแดง
#Siamstr
12/13/2024, 1 engagement
วันนี้พบกับพี่ชายที่แสนดีของพวกรวมพลาดไม่ได้ ไขรหัสปรัชญาไปกับพี่บิต ในรายการ #RightTalk เจอกัน 2 ทุ่ม #Siamstr
Loading quoted post…
12/12/2024, 2 engagements
คืนนี้ #RightTalk EP.5 เวลา 2 ทุ่ม ปล่อย 3 หนุ่มเขาคุยกัน เรามามันส์กันที่ช่องแชทนะ 😂 #Siamstr


12/12/2024, 1 engagement
x
x
on #RightTalk Who's should be the next one? #Siamstr
เมื่อเงินสดคือหนี้! ทำไมต้องบิตคอยน์? เจอกัน 5 โมง พบกับคุณ CK ในรายการ #Righttalk #Siamstr
Loading quoted post…
12/6/2024, 2 engagements
เมื่อเงินสดคือหนี้! ทำไมต้องบิตคอยน์? #RightTalk วันศุกร์นี้ 5 โมงเย็น CK Cheong, CPA #Siamstr


"Rights, Intellectual Property, And Individual Freedom " - คลาสพิเศษของอาจารย์พิริยะ
ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
กับเนื้อหาที่จะทำให้นักศึกษาเข้าใจ "ทรัพย์สินทางปัญญา" ตั้งแต่ที่มาและความสำคัญของกฎหมายที่ถูกใช้ในการเพื่อปกป้องและทำลายศิลปินหรือเจ้าของผลงานได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งแนวทางการอ้างอิงไอเดียที่มาจากผลงานของคนอื่น และการให้มุมมองเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในมุมมองของออสเตรียนและบิตคอยเนอร์
ซึ่งยังเหลืออีก 1 คลาสในอาทิตย์หน้า ที่ในคลาสไปอาจารย์ตั๊มจะมาเล่าถึง "ระบบเงินดิจิทัล" ทั้งที่มาจากฝั่งภาครัฐและที่มาจากฝั่งของประชาชน ไว้มารอชมกัน ;)
กีกี้ เทนโด้ รายงาน
ปล. ลงอัลบั้มเต็ม ๆ รูปเบิ้ม ๆ ไปแล้วโดนกดรีชอย่างหนัก ลองไปเลื่อนหารูปที่หน้าเพจได้ฮะ

11/7/2024, 2 engagements
EP.6 รู้จักกับทีม Right Shift! เมื่อบิตคอยน์และกำไร “ไม่ใช่เรื่องเงิน” 🔥🔥🔥
ยกพลออกจากทุ่งม่วง! EP นี้เราอยากจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับทีม Right Shift 🤝 เมื่อบิตคอยน์และกำไร "ไม่ใช่เรื่องเงิน" EP นี้เราไม่ได้คุยเรื่องราคาบิตคอยน์จะไปเท่าไหร่ เพราะนั่นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ❄️
.
แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือสิ่งที่ซ่อนอยู่ "ใต้ภูเขาน้ำแข็ง" 🏔️ ที่พวกเขาแต่ละคนต่างได้รับอันเป็นผลลัพธ์จากการเข้ามาศึกษามัน และทำให้วิถีหรือสไตล์ในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป
.
เพียงแค่สองปีกับการบ่มเพาะ "คอมมูนิตี้บิตคอยน์" ที่แข็งแกร่งที่สุดในสยามประเทศ 💪 บอกตามตรงว่า…เราอดไม่ได้ที่จะเชิญพวกเขามาแบ่งปัน! 🎙
.
⏰ห้ามพลาด! ทุกเรื่องราวจะถูกเปิดเผยที่นี่ 2 ชั่วโมงเต็ม! ในวันพุธที่ 11 กันยายนนี้เวลา 19.00-21.00 น. [ดำเนินรายการโดยพี่ช่า-ChaCha ในรายการ Crypto Cha-Cha-Cha] 🎉
#Siamstr

มาปูเสื่อรอกันได้เลยเกาะติดขอบจอกันไว้ BitcoinTalk #190 - Bitcoin Thailand 2024 860590 #Siamstr
Loading quoted post…
วันงานใกล้เข้าแล้ว เรามาเช็คความพร้อมกันดีกว่าครับทุกโคนนนน!! (ฝากแชร์ต่อกันเยอะๆ ด้วยนะครับ)
งานเริ่มประมาณ 8.00 น. ทั้งสองวัน พยายามอย่าเอารถมาเอง เนื่องจากจะลำบากเรื่องที่จอด แนะนำขนส่งมวลชน (โดยเฉพาะ BTS เดินต่อนิดเดียว) รายละเอียดการเดินทางบนเว็บไซต์
ตรวจเช็คและเตรียมบัตรมาให้พร้อม (ถ้ายังไม่ได้รีบติดต่อเพจ Right Shift) งานเรามีจัด 2-3 เวทีขนานกันตลอดทั้ง 2 วัน (Main Stage แอร์เย็นมาก.. เตือนไว้ก่อน) ดังนั้นเช็ค Agenda บนเว็บไซต์แล้ววางแผนมาก่อนล่วงหน้าดีๆ
Main Stage ไม่ต้องกลัวฟังไม่รู้เรื่อง เราจะมีทั้งซับไทย-อังกฤษขึ้นจอใหญ่ให้แบบเกือบๆ เรียลๆทม์ (ช่วยได้เกิน 70-80%) และมีบันทึกไว้ให้ดูย้อนหลังได้ในอนาคต
โซนบูธรอบนอกและโซนตลาดนัด สามารถชวนเพื่อนๆ ที่ไม่มีบัตรเข้ามาเดินช้อปปิ้งได้ (เตรียม Sat มากันเยอะๆ) แถมยังมีโซน CHIT CHAT ของพี่ชิตอีก (เตรียมขาตั้งกล้อง+แบตฯ มาอัดคลิปพี่ชิตปราศัยด้วย 🤣)
ปีนี้เรามีของกินขายภายในบริเวณงาน อาทิ.. เนื้อวัว, หมูปิ้งเฮียบอล, ขนมท็อฟฟี่เค้ก, ขนมคีโต, กาแฟ, เครื่องดื่มอื่นๆ (คุณก็รู้ว่าอะไร) และอื่นๆ รวมทั้งร้านรวงต่างๆ อีกเพียบในห้าง
โซนเด็ก (บ้านลูกบอล) ไม่มีสต๊าฟฟ์คอยช่วยดูแลน้องๆ ผู้ปกครองอาจจะต้องดูแลด้วยตัวท่านเอง (จริงๆ จะมีสต๊าฟฟ์ของ True 1 อัตรา แต่อาจจะไม่ได้รับฝากเลี้ยง)
เสื้อสวยๆ เรามีขายในงาน (แต่ก็ควรใส่เสื้อมาเองก่อนจากที่บ้านด้วย ห้ามเปลือยมา) เช่น เสื้อ Fix the Money และบู๊ธ Right Shift มีเสื้อลายพิเศษที่ไม่เคยให้ใครเห็นมาก่อนอีก 100-200 ตัวมาขายด้วย
สามารถใส่ชุดรับปริญญา, ชุดแต่งงาน, ชุดคอสเพลย์, ชุดหมีเนย ฯลฯ มาถ่ายรูปสวยๆ ที่บู๊ธของ New York Studio ได้ฟรี (เข้าคิวกันเอาเองเด้อ) และมีบู๊ธอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ เยอะจัด
อย่ารีบเมาแฮงค์กันตั้งแต่คืนวันเสาร์ เพราะเช้าวันอาทิตย์จะมีเซอร์ไพรส์ (เซอร์ไพรส์ที่คิดว่ารู้กันอยู่แล้ว มันมีมากกว่านั้นอีกนะ) ไม่งั้นอาจจะพลาดโมเมนต์เจ๋งๆ ได้
ถ้าเป็นไปได้ พยายามอย่าเอาหนังสือมาให้เซ็นต์ (อ. ตั๊มฝากบอกมา) กลัวจะผิดหวัง เพราะแต่ละคนอาจจะปลีกตัวในลักษณะนั้นลำบากสักหน่อย 🥹
นอกจากนี้ งานของเรายังมีสปีคเกอร์มากกว่า 50 ท่าน และผู้เข้าร่วมงานอีกมากกว่า 800 ท่าน ที่จะได้มาพบปะ ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์กัน
ต่อให้ท่านพึ่งเริ่มศึกษาบิตคอยน์ หรือไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนเลย ก็ยังจะได้รับประโยชน์จากงานอย่างเต็มอิ่มแน่นอน ทั้งสาระ แง่คิด เทคโนโลยี เพื่อนใหม่ๆ ฯลฯ มากมายรอเราอยู่
เตรียมฟิตร่างกาย ทาเล็บ ทำผม เตรียมใจ เตรียมคอ (เอ๊ะ!? ยังไง?) กันมาให้พร้อม พกเก้าอี้ภาคสนามมานั่งคุยกับบิตคอยเนอร์ (หยอกๆ) ปีหน้าเราอาจจะเว้นว่าง ดังนั้นปีนี้ เราจะร่วมปลดปล่อยความสุขกันให้เต็มที่
แล้วพบกันในอีก 6 วันข้างหน้าในงาน #TBC2024 ครับ 😍 #Siamstr

เสียงเครื่องบดกาแฟดังหึ่งๆ ปลุกหมูที่กำลังสัปหงกอยู่.. หมูสะดุ้ง รีบยกกาแฟเย็น (หวานน้อย) ขึ้นมาซด ก่อนจะบ่นอุบอิบ..

"เฮ้อ...ตลาดคริปโทช่วงนี้แดงเถือกไปหมดเลย.."
ฮันนี่แบดเจอร์ผู้มาดแมนในชุดเสื้อกล้ามโชว์กล้ามแขนแน่นๆ สวนกลับทันที..
"โถ่.. ไอ้หมูนักพนัน! มัวแต่ดูแต่กราฟ ชาร์ตไม่ขยับก็ร้องโอดโอย ไม่คิดจะศึกษา Whitepaper บ้างรึไง!?"
หมูหน้ามุ่ย แต่ก็ยังเถียง "ฉันก็ถือบิตคอยน์นะเว้ย ไม่ได้ไปเล่นเหรียญนกเหรียญกาเหมือนคนอื่น"
แบดเจอร์หัวเราะร่วน "ถือ? ฮ่าๆ! นายมัน Buy the Dip, Sell the Panic ชัดๆ พอราคาตกนิดหน่อยก็ขายทิ้งแทบไม่ทัน ถือตรงไหนฟระ!?"
กิ้งก่าที่พรางตัวอยู่บนต้นไม้ปลอมใกล้ๆ ยกชาเขียวเย็นขึ้นจิบ มองพวกนั้นทะเลาะกันอย่างหน่ายๆ
'ดีนะ.. ที่ฉัน DCA สบายใจเฉยเลย..' กิ่งก่าคิดในใจ
มดงานตัวน้อยที่เพิ่งเริ่มลงทุน มองแบดเจอร์ด้วยความกลัวปนอยากรู้อยากเห็น "พี่แบดเจอร์ครับ.. แล้วเราควรจะลงทุนในบิตคอยน์ยังไงถึงจะรวยครับ?"
ปิรันย่าปรากฏตัวด้วยมาดเท่ พร้อมรอยยิ้มใจดี "ใจเย็นๆ น้องๆ" เขาเดินมานั่งข้างๆ หมู..
"การลงทุนในบิตคอยน์ มันไม่ใช่แค่การเก็งกำไร แต่มันคือการสะสม 'Sound Money' สินทรัพย์แห่งอนาคตต่่งหากล่ะ.."
"Sound Money? มันคืออะไรอ่ะพี่" มดงานถามอย่างงงๆ
"Sound Money คือเงินที่ดี มีเสถียรภาพ ไม่โดนรัฐบาลหรือธนาคารกลางควบคุม บิตคอยน์นี่แหละ.. ตัวอย่างชั้นดีเลย" ปิรันย่าอธิบายอย่างใจเย็น
แบดเจอร์เสริมด้วยน้ำเสียงดุดัน "ที่สำคัญคือ มันมีจำนวนจำกัด! ไม่เหมือนเงินเฟียตที่พวกธนาคารกลางมันปั๊มกันสนุกมือ จนเงินเฟ้อกระจุยกระจาย!"
หมูทำหน้าครุ่นคิด..
"ก็จริงนะ.. แต่การจะถือบิตคอยน์ยาวๆ มันก็ยากเหมือนกันนะ โดยเฉพาะตอนราคาตกหนักๆ ใจมันหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลย"
ปิรันย่าตบบ่าหมูเบาๆ "นั่นแหละ.. ที่เขาเรียกว่า 'Low Time Preference' การอดออม อดทนรอคอย ก็คือการให้คุณค่ากับอนาคตมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น"
"เหมือนกับการปลูกทุเรียน" แม่ไก่ที่พาลูกเจี๊ยบมาเดินเล่นพูดขึ้น "เราต้องดูแล รดน้ำ ใส่ปุ๋ย แม้จะใช้เวลานานกว่าจะได้กิน แต่ผลที่ได้มันคุ้มค่า อร่อย หอมหวาน"
แบดเจอร์หัวเราะลั่น "ทุเรียนบ้านยายเธอสิ! บิตคอยน์มันคือ 'Honey Badger' แห่งโลกการเงินเว้ย! แข็งแกร่ง ไร้เทียมทาน ใครก็หยุดมันไม่ได้!"
ทุกคนขำให้กับท่าทางโอเวอร์ของแบดเจอร์ ปิรันย่าจึงสรุป
"ไม่ว่านายจะมองบิตคอยน์เป็นทุเรียน หรือฮันนี่แบดเจอร์ สิ่งสำคัญคือการศึกษาให้เข้าใจ แล้วลงทุนอย่างมีวินัย อย่าโลภ อย่าตกใจขายตอนราคาตก"
'เวลามีค่า.. ศึกษาบิตคอยน์' กิ้งก่าคิดในใจ..
หมูยิ้มแห้งๆ "คราวนี้ฉันเข้าใจแล้ว ขอบคุณมากนะปิรันย่าสุดหล่อ เสียงนุ่ม"
"จำไว้!" แบดเจอร์ตะโกน
"ไม่ใช่แค่ 'HODL' อย่างเดียว ต้อง 'Stack Sats' ด้วย! ซื้อแล้วซื้ออีก สะสมไปเรื่อยๆ แดกก่อนเก็บ พวกแกเข้าใจมั๊ย!?"
'แหกปากทำไมก่อน?’ กิ้งก่าคิดเงียบๆ ในใจ
[เสียงเพลงในร้านกาแฟดังขึ้นอีกครั้ง ขณะที่แก๊งปิรันย่ายังคงถกเถียงกันอย่างออกรส]
กิ้งก่าที่เปลี่ยนสีเป็นสีเดียวกับต้นไม้ปลอม ค่อยๆ ย่องลงมา มดงานเดินตามไปติดๆ ยังคงงงๆ กับเรื่องราวที่ได้ยิน
"พี่กิ้งก่าครับ" มดงานถามเบาๆ "พี่กิ้งก่าคิดยังไงกับเรื่องนี้ครับ?"
กิ้งก่าเหลืองมองซ้ายมองขวา ก่อนจะกระซิบ "ฉันเหรอ? ฉันก็แค่กิ้งก่าตัวหนึ่ง รู้จักเอาตัวรอดไปวันๆ ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง ฉันก็อยู่ได้"
มดงานพยักหน้าอย่างเข้าใจ "ขอบคุณครับพี่กิ้งก่า"
[แสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า บรรยากาศร้านกาแฟเริ่มเงียบสงบ]
ปิรันย่ามองเพื่อนๆ ของเขาอย่างอบอุ่น..
"ไม่ว่าพวกนายจะเลือกเส้นทางไหน ขอให้จำไว้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง"
ฮันนี่แบดเจอร์แสยะยิ้ม "และอย่าลืม! บิตคอยน์จะครองโลก!"
เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นอีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ความฝัน และมิตรภาพ ที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับอนาคตของบิตคอยน์..
สุขสันต์วันอาทิตย์ครับ 😉 #Siamstr

เทคโนโลยีนี้จะทำให้การชำระเงินข้ามประเทศ ง่าย สะดวก และปลอดภัย ราวกับใช้พร้อมเพย์!
ในยุคที่ระบบเศรษฐกิจขยายตัวข้ามซีกโลก แต่การค้าขายยังเต็มไปด้วยขวากหนาม . การค้าขายระหว่างประเทศเปรียบเสมือนการเดินทางฝ่าดงหนาม พ่อค้าต้องเผชิญกับขั้นตอนอันแสนซับซ้อน เอกสารมากมาย กฎระเบียบที่วกวนราวกับเขาวงกต . จนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศกลายเป็นเรื่องน่าปวดหัวเพราะทั้งช้าและแพง จากตัวกลางที่คอยดักหักหัวคิวหลายชั้นตลอดเส้นทาง .
ยิ่งไปกว่านั้น เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้บริการและยอมโดนหักค่าธรรมเนียมจากตัวกลางเหล่านี้ สุดท้ายต้นทุนที่เกิดขึ้นก็ถูกผลักภาระไปให้กับผู้บริโภค . ขณะเดียวกัน อำนาจในการควบคุมระบบการเงิน กลับถูกผูกขาดโดยกลุ่มคนไม่กี่คนที่มีอำนาจเสกเงินตราออกมาจากความว่างเปล่า . จนท้ายที่สุดระบบการเงินสุดเน่าเฟะนี้ก็นำเราไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ที่คอยกัดกร่อนความมั่งคั่งของผู้คน
แสงสว่างแห่งอิสรภาพที่ปลายฟ้า . ท่ามกลางความมืดมนของระบบการเงินแบบเก่า แสงสว่างแห่ง “บิตคอยน์” ได้สาดส่องเข้ามา ดุจดั่งรุ่งอรุณแห่งความหวัง . เริ่มจากการแก้ปัญหาเพียงหนึ่งข้อเท่านั้น คือการ “เอาตัวกลางออกไป” ทำให้ต้นทุนในการทำธุรกรรมในแต่ละครั้งบนเครือข่ายบิตคอยน์นั้น ถูกกว่าระบบธนาคารแบบเดิมหลายขุม . เสมือนสายลมแก่งเทพเจ้าที่พัดพาการค้าขายให้ล่องลอยไปอย่างราบรื่น ไร้ซึ่งแรงเสียดทาน
ก้าวข้ามขีดจำกัดสู่โลกใหม่แห่งการค้า . แต่ถึงแม้ บิตคอยน์ จะทรงพลังดุจอาวุธแห่งอนาคต แต่การใช้งานในชีวิตประจำวันยังคงเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องด้วยการทำธุรกรรมบนเครือข่ายบิตคอยน์ ยังจำเป็นต้องรอการยืนยันธุรกรรมขั้นต่ำ 10 นาที โดยเฉลี่ย . ทำให้เกิดความกังวลกับคนบางกลุ่มว่า บิตคอยน์จะกลายมาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่รองรับเศรษฐกิจในสเกลระดับโลกได้หรือไม่ .
ที่เห็น Pain Point ตรงนี้ จึงเสนอตัวเข้ามาเชื่อมการใช้งานบิตคอยน์เข้ากับโลกแห่งการค้าขาย ด้วยเทคโนโลยี Lightning Network . ที่ทำให้การทำธุรกรรม บิตคอยน์ รวดเร็วรุนแรง ราวกับสายฟ้าฟาด ผ่านระบบที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แค่ปลายนิ้วสัมผัส
เมื่อไร้ซึ่งตัวกลางแล้ว…นี่จะเป็นประตูสู่โอกาสในธุรกิจใหม่ๆ ที่ไร้พรมแดน ในแบบที่คุณเองก็คาดไม่ถึง
พบกับเทคโนโลยีการเงินสมัยใหม่ การเปิดม่านสู่ระบบเศรษฐกิจระบบโลก ในงาน #TBC2024 กับ Panel “Enabling บิตคอยน์ Lightning in Southeast Asia”
นำโดย
, Founder/CEO of NeutronPay
แล้วพบกัน
#Siamstr /

BTC ECO SUMMIT unveils its 20th heavyweight guest!
Piriya Sambandaraksa
, co-founder of
(driving the burgeoning #Bitcoin community in Thailand), will be attending BTC ECO SUMMIT!
The event will be held on September 18-19 at Marina Bay Sands in Singapore @token2049, co-hosted by BEVM and @UTXOmgmt, an investment fund under @BitcoinMagazine.
👉 Registration link: lu.ma/frcni6ux
#BEVM #Bitcoin #Blockchain #BTCECOSUMMIT #token2049 #AntPool #BTCmining

บ้าน รถ การงาน มั่นคงจริงหรือ? หรือแค่ภาพลวงตาใน "ฟาร์มเวลามนุษย์"? คิดให้ดี.. ก่อนตกเป็นเหยื่อของระบบ..
"ฟาร์มเวลามนุษย์" คือภาพสะท้อนอันน่าเศร้าของสังคมที่เราอาศัยอยู่ ความฝัน American Dream ในการมีบ้านเป็นของตัวเอง กลายเป็นกับดักหนี้สินที่ผูกมัดชีวิตคนรุ่นใหม่
ระบบเงินเฟ้อ (Inflation) คือเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการ "ทำนาบนหลังคน" ธนาคารเสกเงินจากอากาศ ปล่อยกู้ให้เราซื้อบ้าน ผูกมัดเราด้วยหนี้สินระยะยาว 30 ปี
"ธนาคารไม่ได้มีเงินวางอยู่ 5 ล้านบาทในมือ... เงินที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นตัวเลขในบัญชีของคุณ... เป็นหนี้ที่ธนาคารมีต่อคุณ"
เราใช้ชีวิตแทบทั้งหมดทำงานหาเงินจ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคาร เหมือนกับ "หนูปั่นจักร" ที่สร้างผลกำไรให้กับระบบ โดยที่พวกเขาแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
"โครงการขึ้นเป็นดอกเห็ด บ้านทั้งหลายมีขนาดเล็กลง เล็กลง เล็กลง... จากที่มันเคยดูเป็นบ้าน มันเริ่มดูเป็นรู"
บ้านเล็กๆ เหล่านี้ เหมือนกับแคปซูลใน The Matrix ที่มนุษย์ถูกเลี้ยงไว้ เพื่อเป็นแบตเตอรี่ให้ระบบ AI ชีวิตเราถูกสูบพลังงานไปเลี้ยงระบบที่เราไม่รู้ตัว
"ในปี 2020 ต้องทำงานถึง 7 ปี เพื่อที่จะเก็บเงินให้เพียงพอสำหรับเงินดาวน์.."
หลายคนเลือกที่จะเช่าบ้าน เพราะซื้อไม่ไหว หรือมองว่าการเป็นเจ้าของไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป
"You own nothing and you be happy"
นี่คืออนาคตที่เราต้องการจริงๆ หรือ?
บิตคอยน์อาจเป็นทางออกจากฟาร์มเวลามนุษย์...
บิตคอยน์มีจำนวนจำกัด ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เหมือนเงินเฟียต จึงเป็นสินทรัพย์ที่ทนทานต่อเงินเฟ้อ
"Bitcoin is powered by chaos... ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่ง entropy มากเท่าไหร่ ยิ่ง appreciate ยิ่งมีมูลค่ามากขึ้นเท่านั้น"
Bitcoin อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อก American Dream ให้คนรุ่นใหม่ และพาเราออกจาก "ฟาร์มเวลามนุษย์"
"สักวันนึง.. เราอาจจะสามารถทำงานแล้วเก็บเงินมากพอที่จะซื้อบ้านได้ทั้งหลัง.. โดยไม่ต้องเป็นหนี้ใครก็ได้"
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะตื่นรู้ และศึกษาทางเลือกใหม่ๆ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า?
...
คลิปวิดีโอ "ฟาร์มเวลามนุษย์ฯ" คือกระจกสะท้อนสังคมที่ตีแผ่ความจริงอันเจ็บปวดเกี่ยวกับ American Dream และกับดักหนี้สินที่คนรุ่นใหม่กำลังเผชิญอยู่
ยอดวิวเกินครึ่งแสน คือเสียงสะท้อนของผู้คนจำนวนมากที่รู้สึก "relate" และ "โดนใจ" กับเนื้อหาที่ อ.พิริยะ นำเสนอ ช่วยชี้ให้เห็นถึงกลไกการทำงานของระบบเงินเฟ้อ และวิธีที่ธนาคารใช้ประโยชน์จากความฝันของผู้คนในการแสวงหากำไร
อธิบายเรื่องราวซับซ้อนทางเศรษฐศาสตร์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย สอดแทรกมุกตลก และภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจน ทำให้เราสามารถเข้าใจเนื้อหาได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ
คลิปนี้ไม่ได้แค่ชี้นิ้วกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง.. แต่เปิดโอกาสให้พวกเราได้ตั้งคำถามกับระบบเศรษฐกิจและมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่ดีกว่า
#Siamstr ใครดูไปเกิน 1 รอบแล้วบ้างครับ...?
ดูอีกสักรอบ..


Bitcoin Newbies Talk วันนี้เราจะมาเม้าท์มอย Speaker #Siamstr
Loading quoted post…
เคยรู้สึกเหมือนกำลังเดินวนอยู่ในเขาวงกตกันมั้ยครับ? มองไปทางไหนก็เจอแต่กำแพง หาทางออกแทบไม่เจอ หมดหวัง ท้อแท้ อยากจะยอมแพ้..

ลองอ่าน 7 บทเรียน ที่จะช่วยเปลี่ยนความคิดของเราให้กลายเป็นพลังบวก พร้อมจะลุยในทุกๆ อุปสรรคกันดูครับ..
เช้าวันหนึ่ง.. ผมเผลอทำแก้วกาแฟใบโปรดแตก ความรู้สึกแรกคือใจหายวูบ แก้วใบนี้ผมใช้มาเป็นสิบปี มันมีคุณค่าทางใจสุดๆ แต่ต่อให้ผมเสียใจ โกรธตัวเอง หรือพยายามต่อมันกลับคืนมากแค่ไหน
แก้วก็แตกไปแล้วอยู่ดี..
ในที่สุด.. ผมก็เรียนรู้ว่า การจมปลักอยู่กับสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ มันไม่มีประโยชน์ เหมือนกับคำพูดของ Steve Jobs ที่ว่า..
"Sometimes life hits you in the head with a brick. Don't lose faith."
"บางครั้งชีวิตก็ฟาดหัวคุณด้วยก้อนอิฐ จงอย่าสูญสิ้นศรัทธา"
ทางเดียวที่จะเดินหน้าต่อได้ คือ ยอมรับความจริง แล้วหาทางออกใหม่
เวลาเหนื่อยล้า ท้อแท้ ผมมักจะหาอะไรทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น แวะไปดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ฯลฯ
มันเหมือนกับการกดปุ่ม Pause ให้กับชีวิต เพื่อพักใจ เติมพลัง แล้วจึงค่อยกลับมาสู้ใหม่..
แต่สิ่งสำคัญก็คือเราต้องไม่ลืมว่า.. นั่นเป็นแค่การพักไม่ใช่การหนี พอดูจบ ฟังจบ เที่ยวจบ เราก็ควรต้องกลับมาเผชิญหน้ากับปัญหา และหาทางแก้ไข
การพักใจไม่ใช่การแสดงความอ่อนแอ แต่เป็นการเตรียมพร้อม สำหรับการต่อสู้ครั้งต่อไป..
ชีวิตมันก็เหมือนสวนดอกไม้ ที่มีทั้งดอกไม้สวยๆ และกิ่งไม้ หนาม ที่คอยทิ่มแทง เราเลือกได้ว่าจะมองดอกไม้หรือไปยุ่งกับหนาม
ผมเคยไปเที่ยวทะเลแล้วเจอฝนตก รถติด ตอนนั้น ผมรู้สึกหงุดหงิดมาก แต่แล้วผมก็คิดได้ว่า ฝนตกก็ทำให้บรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบเหมือนกันนะ ส่วนรถติดก็ทำให้มีเวลาคุยเล่นกับตุ๊กตาหน้ารถมากขึ้น ก็ดีนะ..
การมองโลกในแง่ดี ก็เหมือนกับการสวมแว่นตาสีชมพู ที่ช่วยให้มองเห็นความสวยงามในทุกๆ สถานการณ์
เคยสังเกตกันมั้ยครับ? เวลาเราช่วยเหลือคนอื่น เรามักจะรู้สึกดี มีความสุข และมองเห็นคุณค่าในตัวเอง
มันเหมือนกับการส่งต่อพลังบวกให้กับคนอื่น และสะท้อนกลับมาที่ตัวเรา
ผมเคยช่วยเพื่อนทำงาน ทั้งที่ตัวเองก็ยุ่ง แต่พอเห็นเพื่อนยิ้มได้ผมเองก็พลอยรู้สึกยินดี และหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
การแบ่งปันไม่ใช่การให้ แต่คือการรับความสุขและพลังบวกกลับคืนมา
ความเครียด เป็นเหมือนกับปีศาจที่คอยกัดกินพลังใจของเรา แต่ข่าวดีคือ เราสามารถเลือกที่จะไม่ต้อนรับมันเข้ามาในชีวิตได้
ผมเคยเครียดมากจนนอนไม่หลับ ปวดหัว ไม่มีสมาธิทำงาน
แต่พอได้ลองฝึกนั่งสมาธิ ผมก็ค้นพบว่า การฝึกให้จิตใจสงบ มันช่วยให้เรามองปัญหาอย่างใจเย็น และรับมือกับความวุ่นวายในชีวิตได้ดีขึ้น
"จงฝึกฝนจิตใจให้สงบเหมือนผืนน้ำ ที่สะท้อนภาพ ท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน แม้จะมีคลื่นลมแรงแค่ไหน"
ชีวิตมันก็เหมือนหนังตลก อาจจะมีทั้งฉากฮาจริงๆ และฉากแป้ก เวลาทำผิดพลาด อย่าไปซีเรียสครับ อย่าเอาแต่โทษตัวเอง
ให้ลองมองตัวเองในแง่ขันแล้วหัวเราะออกมา เหมือนกับ Charlie Chaplin ที่ล้มลุกคลุกคลาน แต่กลับสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูทั่วโลกได้
"จงหัวเราะให้กับความผิดพลาดของตัวเอง แล้วเรียนรู้จากมันอย่างอารมณ์ดี"
ไม่มีใครเพอร์เฟ็กต์ ทุกคนล้วนทำผิดพลาดได้ อย่าด่าตัวเอง อย่าโทษตัวเอง ให้มองความผิดพลาดเป็นบทเรียน แล้วค่อยๆ เรียนรู้จากมัน
เหมือนเวลาเราทำอาหารไหม้ แทนที่จะด่าตัวเอง เราก็บอกตัวเองว่า.. "ไม่เป็นไร คราวหน้าทำให้ดีกว่านี้"
"ความเมตตา คือ ยาวิเศษ ที่ช่วยเยียวยาบาดแผลในใจได้ดีที่สุด"
ความคิด คือ เข็มทิศที่นำทางชีวิต เลือกที่จะคิดบวก มองโลกในแง่ดี แล้วความสุขและความสำเร็จจะตามมาอย่างแน่นอนครับ..
—
#siamstr

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมบิตคอยน์ถึงปลอดภัย? ทำไมคนถึงยอมทุ่มเงิน ทุ่มเวลา ทุ่มพลังงานไปกับการขุดบิตคอยน์กันมากขนาดนี้?
คำตอบง่ายๆ ก็คือ "Proof of Work" หรือ "POW" นี่แหละครับ มันคือหัวใจสำคัญที่ทำให้บิตคอยน์แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ
ในหนังสือได้อธิบายภาพการขุดบิตคอยน์ไว้ว่า มันเหมือนกับการเล่นล็อตเตอรี่ที่คุณต้องขุดตั๋วขึ้นมาเอง โดยใช้พลังงานจากคอมพิวเตอร์
งงใช่ไหม? ไม่ต้องห่วง.. ผมจะอธิบายให้ฟังแบบเห็นภาพ เข้าใจง่ายๆ ตามสไตล์ Inventing Bitcoin
ลองนึกภาพ.. กล่องดนตรีที่บรรจุลูกเต๋าเอาไว้มากมายมหาศาล เยอะจนนับไม่ถ้วน เยอะเท่ากับจำนวนอะตอมในจักรวาลเลยก็ว่าได้ แต่ละด้านของลูกเต๋ามีตัวเลขที่ไม่ซ้ำกัน ตัวเลขเหล่านี้เราเรียกว่า "hash"
แล้ว "hash" มันคืออะไรล่ะ?
มันก็คือผลลัพธ์ที่ได้จากการนำเอาข้อมูลต่างๆ เช่น ข้อมูลธุรกรรม บิตคอยน์ มายำรวมกัน แล้วผ่านสูตรลับทางคณิตศาสตร์ ที่เรียกว่า "hash function" ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นตัวเลขที่ดูเหมือนสุ่มและมีความยาวคงที่
ทุกครั้งที่คนขุดบิตคอยน์ ก็เหมือนกับการหมุนกล่องดนตรีแล้วปล่อยให้ลูกเต๋าในกล่องกลิ้งไปมา คอมพิวเตอร์จะทำการสุ่มตัวเลขขึ้นมา แล้วเอาไปรวมกับข้อมูลธุรกรรม และเอาผลลัพธ์ที่ได้ ไปผ่าน hash function
แต่การจะชนะล็อตเตอรี่บิตคอยน์ได้ hash ที่ได้จากลูกเต๋า ต้องน้อยกว่าเลขเป้าหมายที่ระบบบิตคอยน์กำหนดไว้
"เลขเป้าหมาย" นี้ มันจะถูกปรับขึ้นลงตามความยากง่ายในการขุดบิตคอยน์
ถ้ามีคนหมุนกล่องดนตรีเยอะ ระบบก็จะปรับให้เลขเป้าหมายเล็กลง ทำให้ยากขึ้น เหมือนกับการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น
ถ้ามีคนหมุนกล่องดนตรีน้อย ระบบก็จะปรับให้เลขเป้าหมายใหญ่ขึ้น ทำให้ง่ายขึ้น เหมือนกับการแข่งขันที่ผ่อนคลายลง
ทีนี้.. การหมุนกล่องดนตรีแต่ละครั้ง มันต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการคำนวณ ยิ่งหมุนเยอะ ยิ่งใช้พลังงานเยอะ และยิ่งยากที่จะชนะ
นั่นหมายความว่า.. คนที่ขุดบิตคอยน์ ได้ต้องใช้พลังงานและเงินจำนวนมาก
การคนที่ยอมทุ่มเทขนาดนี้ ก็เพราะว่ารางวัลของการชนะล็อตเตอรี่บิตคอยน์มันคุ้มค่ามาก เหมือนกับถูกล็อตเตอรี่รางวัลใหญ่นั่นแหละครับ
นอกจากนี้.. ผู้ชนะยังได้สิทธิ์ในการบันทึกข้อมูลธุรกรรมลงในบล็อกเชน ซึ่งเปรียบเสมือนสมุดบัญชีที่บันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมดของบิตคอยน์
แล้วทำไมต้องทำให้มันยากขนาดนั้น?
ก็เพราะว่าถ้าใครๆ ก็ขุดบิตคอยน์ ได้ง่ายๆ ระบบมันก็จะไม่ปลอดภัยสิ! คนไม่ดี อาจจะใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมากมาปลอมแปลงข้อมูล ขโมยบิตคอยน์หรือทำลายระบบได้
Proof of Work มันเลยเป็นเหมือนกำแพงที่แข็งแกร่ง ที่คอยป้องกันบิตคอยน์จากคนไม่ดี เพราะการจะทำลายกำแพงนี้คุณต้องใช้พลังงานมหาศาล ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเอาซะเลย
และ...
Proof of Work ไม่ได้มีแค่ในโลกบิตคอยน์เท่านั้นนะครับ ในชีวิตจริงของเราก็มี Proof of Work ในอีกนัยยะหนึ่งด้วยเหมือนกัน
มันคือ “บทพิสูจน์” ของการลงมือทำ การทำงานหนัก การสร้างคุณค่าให้กับตัวเองและคนรอบข้าง มันคือการทุ่มเทอย่างหนักหน่วง สั่งสมประสบการณ์และผลงานจนกลายเป็น "บทพิสูจน์" ที่จับต้องได้
ยกตัวอย่างเช่น..
นักกีฬา ที่ฝึกซ้อมหนักทุกวัน จนได้เหรียญทองโอลิมปิก เขาทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และเวลา ผ่านการฝึกฝน การแข่งขัน และบาดแผลมากมายกว่าจะคว้าชัยชนะมาได้ เหรียญทอง คือ Proof of Work ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จของเขา
ศิลปิน ที่วาดรูปเป็นพันๆ ภาพ จนมีชื่อเสียงระดับโลก เขาสั่งสมฝีมือผ่านการลองผิดลองถูก การฝึกฝน และแรงบันดาลใจ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ผลงานศิลปะ คือ Proof of Work ที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและความสามารถของเขา
โปรแกรมเมอร์.. ที่เขียนโค้ดเป็นล้านๆ บรรทัด จนสร้างแอปพลิเคชั่น ที่เปลี่ยนแปลงโลก เขาใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความอดทนในการแก้ปัญหา และพัฒนาโปรแกรมจนสำเร็จ แอปพลิเคชั่น คือ Proof of Work ที่แสดงให้เห็นถึงความฉลาดและความมุ่งมั่นของเขา
และอีกตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด.. ก็คือคนในภาพของโพสต์นี้นั่นเอง (เพื่อนๆ คิดว่า POW ของ อ.พิริยะ คืออะไรกันบ้างครับ? 😀)
พวกเขาเหล่านี้ล้วนมี Proof of Work เป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จ มันไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่มันคือ "บทพิสูจน์" ของการเดินทาง การต่อสู้ และการเติบโต
Proof of Work มันเจ๋งมากเลยใช่ไหมล่ะครับ?
ถ้าเพื่อนๆ อยากรู้ลึกกว่านี้ อยากรู้ว่า Proof of Work ในบิตคอยน์มันทำงานยังไง มันสร้างความปลอดภัยให้กับระบบได้ยังไง และมันเชื่อมโยงกับโลกของเราในรูปแบบไหน?
ลองไปหาหนังสือ Inventing Bitcoin มาอ่านดูครับสิ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
ปล. Proof of Work ในความหมายที่สองนี้ มันสามารถสร้างเป็น Legacy ส่งต่อกันได้ ถ้าอยากอ่านเรื่องนี้ ยกมือกันไว้ได้เลยฮะ 😉
—
/ #Siamstr

ถ้าจะบอกว่าลึกๆ แล้ว เราทุกคน "เห็นแก่ตัว" คุณจะเชื่อไหม?
คำถามนี้อาจจะฟังดูแรง แต่ อดัม สมิธ บิดาแห่งเศรษฐศาสตร์กลับมองว่า ความเห็นแก่ตัวเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์ ที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวเราแทบทุกคน
เป็นแรงขับเคลื่อนพื้นฐาน ที่ผลักดันให้เราแสวงหาสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตัวเอง
แต่... อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่า สมิธ กำลังบอกว่ามนุษย์เลวร้าย หรือเห็นแก่ได้เพียงอย่างเดียว
ในหนังสือเล่มแรกของเขา "The Theory of Moral Sentiments" สมิธ ไม่ได้แค่ชี้ให้เห็นถึง "ความเห็นแก่ตัว" ในตัวมนุษย์ แต่เขาอธิบายอย่างละเอียดถึงความซับซ้อน และความขัดแย้ง ในธรรมชาติของมนุษย์ ที่ทำให้เราเป็นสัตว์สังคมที่มีทั้งด้านมืด และด้านสว่าง
เขาเชื่อว่ามนุษย์ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยความเห็นแก่ตัวเพียงอย่างเดียว แต่ภายในจิตใจของเรายังมีความปรารถนาที่จะ "เป็นที่รัก" (loved) และ "เป็นคนที่คู่ควรกับการเป็นที่รัก" (lovely) รวมอยู่ด้วย
เราต้องการการยอมรับ การชื่นชม และความรักจากคนรอบข้าง
เพื่อที่จะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และรู้สึกว่าชีวิตของเรามีคุณค่า
สมมติว่า.. นักเรียนคนหนึ่งอยากได้เกรดดีๆ เขาจะตั้งใจเรียน ทำการบ้าน สอบให้ได้คะแนนสูงๆ ไม่ใช่แค่เพื่ออวดเพื่อนหรือเอาชนะคนอื่น แต่เพราะเขาต้องการที่จะ "คู่ควร" กับเกรดดีๆ นั้น
เขาต้องการให้คนอื่น "ยอมรับ" และ "ชื่นชม" ในความสามารถของเขา
ความปรารถนา ที่จะเป็นที่รักและเป็นคนที่คู่ควรกับการเป็นที่รักนี่แหละ ที่ทำให้มนุษย์สามารถควบคุมความเห็นแก่ตัว และสร้างสังคมชที่น่าอยู่ขึ้นมาได้
สมิธ ไม่ได้บอกให้เราหลอกตัวเองว่าเราเป็นคนดี แต่เขาแนะนำให้มองตัวเองผ่านมุมมองของ "ผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลาง" (impartial spectator)
ลองจินตนาการว่า มีคนกลางที่เป็นกลางยืนมองเราอยู่ตลอดเวลา คอยสังเกตการกระทำของเรา วิเคราะห์ความคิดของเรา และสะกิดเตือนสติ เมื่อเรากำลังจะทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
เช่น กำลังจะโกงข้อสอบ "ผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลาง" ก็จะดังขึ้นในใจเราว่า...
"เฮ้ย! อย่าทำแบบนั้น มันไม่แฟร์"
ผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลางนี้ ก็คือมโนธรรมในใจเรานั่นเอง ที่คอยย้ำเตือนให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการกระทำของเราต่อผู้อื่น และต่อสังคมโดยรวม
การรู้จักตัวเอง ยอมรับข้อบกพร่อง และทำในสิ่งที่ถูกต้อง คือก้าวสำคัญ ที่จะทำให้เราคู่ควรกับการเป็นที่รัก และการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง
แล้ว "ผลประโยชน์ส่วนตน" (self-interest) มันเกี่ยวอะไรด้วยไหม?
ในหนังสือเล่มที่สอง "The Wealth of Nations" สมิธ อธิบายว่าผลประโยชน์ส่วนตนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ
คนเราทำงาน ค้าขาย ทำธุรกิจ ก็เพราะต้องการเงิน ต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้น
สมิธ เชื่อว่าระบบตลาดเสรี จะนำพาเราไปสู่สังคมที่เจริญรุ่งเรือง ตราบใดที่คนเรามีศีลธรรม และไม่เอาเปรียบผู้อื่น
"มือที่มองไม่เห็น" (Invisible Hand) ที่สมิธกล่าวถึง จะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมนุษย์ในระบบนั้น มีจริยธรรมคอยควบคุมความเห็นแก่ตัวของพวกเขา
ถ้าทุกคน มุ่งแต่จะเอาเปรียบ โกง และทำลายซึ่งกันและกัน สังคมก็จะล่มสลาย
สมิธ ยังเชื่ออีกว่า "ความสุขที่แท้จริง" ไม่ได้อยู่ที่เงินทอง แต่อยู่ที่สายสัมพันธ์ที่ดี การเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้าง
เงินทอง ชื่อเสียง หรืออำนาจ อาจจะทำให้เรามีความสุขในระยะสั้น
แต่ความสุขที่ยั่งยืน เกิดจากการที่เรารู้สึกเป็นที่รัก เป็นที่ยอมรับ และมีคุณค่าในสายตาของผู้อื่น
แล้วสังคมที่ดีมันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
สมิธ เชื่อว่าสังคมมันถูกสร้างขึ้นจากการกระทำของทุกคน Russ Roberts ผู้เขียนหนังสือ "How Adam Smith Can Change Your Life" เรียกสิ่งนี้ว่า "ระเบียบที่เกิดขึ้นเอง" (emergent order)
มันคือระเบียบที่ไม่ได้เกิดจากการออกแบบ หรือควบคุมจากส่วนกลาง แต่เกิดจากการที่ "ปัจเจกบุคคล" แต่ละคน ต่างเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุด
เหมือนกับการจราจร ที่ไม่มีใครสั่งให้รถทุกคันต้องวิ่งไปทางเดียวกัน แต่ทุกคนเลือกที่จะทำ เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัย และความสะดวกสบาย ของทุกคน บนท้องถนน
สังคมที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีใครมาควบคุม แต่เกิดจาก "เสรีภาพ" ในการเลือก และตัดสินใจของแต่ละคน ภายใต้กรอบของศีลธรรมและ จริยธรรม
เราทำดี เพราะต้องการเป็นที่รัก และต้องการเป็นคนที่คู่ควรกับความรักนั้น
เมื่อคนส่วนใหญ่ทำดี สังคมก็จะดีขึ้นเองโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ
สมิธ มองว่ามนุษย์มีทั้งด้านมืด และด้านสว่าง
ด้านมืด คือ ความเห็นแก่ตัว ความอยากเอาชนะ ความอยากได้อยากมี
ด้านสว่าง คือ ความอยากทำดี ความอยากเป็นที่รัก ความอยากมีคุณค่า
และด้านสว่างนี่แหละ.. ที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่
การทำดีต่อคนรอบข้าง การช่วยเหลือผู้อื่น การยิ้มให้กับคนแปลกหน้า สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อาจดูเหมือนไม่มีความหมาย แต่มัน "ทรงพลัง" เพราะมันทำให้ "ด้านสว่าง" ของเราและคนรอบข้างเปล่งประกายออกมา
มันทำให้โลกนี้ อบอุ่น และน่าอยู่ยิ่งขึ้น
ลองฝึกมองตัวเอง ผ่านมุมมองของ "ผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลาง" ดูนะครับ.. แล้วคุณจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น
และอย่าลืมทำดีในทุกๆ วัน รับรองว่าโลกนี้ จะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะอย่างแน่นอนครับ..
—
#Siamstr

รายการพิเศษเจอกัน 2 ทุ่มนิดๆ เข้ามารอกันก่อนได้เลยครับชาว #Siamstr
Loading quoted post…
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเศรษฐกิจถึงเป็นเรื่องซับซ้อนนัก? มาร่วมไขปริศนาเศรษฐศาสตร์ผ่านมุมมองที่แตกต่างระหว่างสำนักออสเตรียนและกระแสหลักกันครับ
ตลอด 3 EP ที่ผ่านมา JUST Economics ได้พาคุณดำดิ่งสู่โลกเศรษฐศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น เราได้สัมผัสกับมุมมองที่หลากหลาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมองที่น่าสนใจและแตกต่างจากเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ซึ่งสำนักออสเตรียนให้ความสำคัญกับ "การกระทำของมนุษย์" และตั้งคำถามถึงบทบาทของรัฐ
ในโพสนี้.. เราจะพาคุณไปสำรวจความแตกต่างที่น่าสนใจระหว่างเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนและเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก (หรือแนวคิดเคนเซียน) โดยอ้างอิงจากหนังสือ Principles of Economics ของ Saifedean Ammous
หัวใจหลักของเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน คือ การมองว่าระบบเศรษฐกิจเปรียบเสมือนละครเวทีขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วย "การกระทำของมนุษย์" ไม่ใช่เพียงแค่สมการหรือแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่เย็นชา
สำนักคิดนี้เชื่อว่าการจะเข้าใจระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง เราต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ "เหตุผล" และ "มูลค่า" ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของแต่ละบุคคล
ลองนึกภาพตามนะครับ.. เวลาที่เราเลือกซื้อสินค้าสักชิ้น การตัดสินใจของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "มูลค่า" ที่เราให้กับสินค้านั้นๆ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากความชอบส่วนตัว สถานการณ์ในขณะนั้น และแม้กระทั่งความขาดแคลนของสินค้า
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "มูลค่าอัตวิสัย (Subjective Value)"
ดังที่ Carl Menger นักเศรษฐศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่า "มูลค่าไม่มีอยู่นอกเหนือจิตสำนึกของมนุษย์"
ในทางกลับกัน.. เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก มักจะพยายามอธิบายระบบเศรษฐกิจด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์และสมการ โดยมองว่า "มูลค่า" เป็นสิ่งที่วัดได้ สามารถกำหนดเป็นตัวเลขได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม Saifedean Ammous มองว่าแนวทางนี้อาจเป็นการ "Scientism" หรือการยึดติดกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์มากเกินไป จนมองข้ามความซับซ้อนของการกระทำของมนุษย์
การใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในทางเศรษฐศาสตร์ มักจะมาพร้อมกับสมการที่ไม่คงที่และถือเป็นการพยายามลดทอนความซับซ้อนของการกระทำของมนุษย์ให้เหลือเพียงตัวแปรที่วัดได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานของระบบเศรษฐกิจ
เพราะในความเป็นจริงมนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจตามแบบจำลอง แต่ตัดสินใจตาม "เหตุผล" และ "มูลค่า" ที่ตนเองให้
อีกหนึ่งจุดที่แตกต่าง.. คือมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของรัฐ เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก มักจะมองว่ารัฐควรมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาในระบบเศรษฐกิจ
เช่น การควบคุมราคา การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และการอุดหนุนราคา ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ John Maynard Keynes ที่เชื่อว่ารัฐบาลควรเข้ามาแทรกแซงเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างงาน
แต่เศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนมองว่า.. การแทรกแซงของรัฐในระบบตลาดเสรีมักจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์
ตัวอย่างเช่น การกำหนดราคาสินค้าโดยรัฐอาจนำไปสู่การขาดแคลนสินค้า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจทำให้คนงานตกงาน และการอุดหนุนโดยรัฐอาจทำให้เกิดการผลิตและบริโภคที่มากเกินความจำเป็น
ตัวอย่างผลกระทบจากการแทรกแซงของรัฐที่สำนักออสเตรียนมองว่าไม่พึงประสงค์ เช่น..
การควบคุมราคา - หากรัฐเข้ามาควบคุมราคาสินค้า เช่น การกำหนดเพดานราคา อาจทำให้เกิดภาวะสินค้าขาดแคลนได้ เพราะผู้ผลิตจะไม่มีแรงจูงใจในการผลิตสินค้าออกมาขายในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน
Robert Schuettinger และ Eamonn Butler ได้บันทึกไว้ในหนังสือ Forty Centuries of Wage and Price Control: How Not to Fight Inflation ว่าการควบคุมราคามักจะนำไปสู่ตลาดมืด ที่ผู้คนยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้สินค้าที่ขาดแคลน
การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ - การที่รัฐกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ อาจส่งผลให้นายจ้างบางรายไม่สามารถจ่ายค่าแรงที่สูงขึ้นได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดการจ้างงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแรงงานไร้ฝีมือ หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด
การอุดหนุนสินค้า - การอุดหนุนของรัฐบาล เช่น การอุดหนุนสินค้าเกษตร อาจทำให้เกิดการผลิตและบริโภคสินค้ามากเกินความจำเป็น เพราะทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจตาม "มูลค่า" ที่แท้จริงของสินค้า
ผลที่ตามมาคือ ทรัพยากรของประเทศอาจถูกจัดสรรไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
เศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน เน้นย้ำถึงความสำคัญของ "เสรีภาพ" และ "ตลาดเสรี" ในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ โดยมองว่าการแทรกแซงของรัฐมักจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์
ในขณะที่เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก มองว่ารัฐมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาตลาดและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
การทำความเข้าใจมุมมองที่แตกต่างของทั้งสองสำนักคิด จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของระบบเศรษฐกิจได้อย่างรอบด้าน และสามารถวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่าลืมติดตาม JUST Economics EP ต่อไปกันนะครับ เราจะพาคุณไปสำรวจโลกเศรษฐศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น รับรองว่า สนุก เข้าใจง่าย และได้ความรู้แน่นปึ๊กอย่างแน่นอนครับ
—
#Siamstr

“ครั้งแล้วครั้งเล่า ประวัติศาสตร์ได้สอนเราว่า ไอ้ความเชื่อที่ว่า "เทคโนโลยีคือคำตอบสุดท้าย" เป็นความคิดที่โคตรจะอันตราย เมื่อตัดสินใจเลือกทางแสนสบาย.. สุดท้ายเราก็จะติดอยู่ในวังวนแห่งความล้มเหลวซ้ำซาก”
ข้อสรุปสั้นๆ ที่ผมได้ จากบทความอันยาวเหยียดจาก BitcoinMagazine ที่เพิ่งจะถูกเขียนไม่กี่วันก่อนที่ชื่อ A Manual Guide to Killing Bitcoin: The Eternal Return หรือในชื่อไทยคือ “คัมภีร์ฆ่าบิตคอยน์”
ปัญหาที่เจ้าเงินสุดที่รักของเรา คือ ปัญหาเรื่องการขยายขนาด (Scalability) ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมและปกป้องความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มสูงขึ้น (เอ็งด้วย! ไอ้ Ordinals) สิ่งเหล่านี้มันกีดกันไม่ให้คนตัวเล็กเข้าถึงบิตคอยน์ได้ง่าย..
แม้จะเราจะมี Lightning network เข้ามาช่วยให้เราขยายจำนวนการทำธุรกรรมได้ แต่ "ผู้เขียนบทความ" ก็ยังย้ำว่า มันน่าขำ! ที่เรายกเอาเทคโนโลยีที่ยังไม่เสถียร ติดๆ ดับๆ บ้าง มาเป็นเหตุผลให้คนแห่เอาดอลลาร์มาถมใส่บิตคอยน์
พอมีข่าวประมาณว่า…
“นักการเมืองเริ่มเอาสิ่งนี้มาเป็นนโยบาย” “BlackRock เปิด Spot Bitcoin ETF” “บลา ๆ ๆ …”
เราก็เฮกันแล้วก็เข้าใจว่า "มันมาแน่...นี่คือชัยชนะของบิตคอยน์"
"ฉันนี่มันเจ๋งจริงๆ ที่รู้จักมันก่อนใคร"
ไม่เลย! นี่คือภาพลวงชัดๆ
เพราะสุดท้าย.. ปัญหาเรื่องการขยายขนาด (Scalability) ของมันที่ยังไม่ถูกแก้ และมีแต่จะทำให้มันถูกรวมศูนย์ และต้องให้ตัวกลางเข้ามาแทรกแซงเหมือนกับที่เกิดขึ้นเทคโนโลยี Peer-to-peer ตัวอื่นๆ (อย่าง World Wide Web หรือ Napster)
และวิธีที่จะทำลายบิตคอยน์มันง่ายมาก..
แค่หลับหูหลับตาอวยมัน เชื่อว่ามันเป็นอมตะ รอให้ผู้มีอำนาจเข้ามาเชิดชู ที่จะนำไปสู่การนำบิตคอยน์มาค้ำประกันการออกบิตคอยน์กระดาษ (เปรียบเทียบให้เห็นการพิมพ์เงินเฟียตกับทองคำ)
สุดท้ายบิตคอยน์ก็จะตายไป..
ไม่ใช่เพราะว่ามันถูกทำลายหรือถูกทำให้หายไป แต่จะเป็นการใช้งานที่ผิดจากวัตถุประสงค์ที่มันได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมา..
นั่นคือ “Peer-to-peer electronic cash system”
— เทนโด้
ปล. ส่วนตัวผมมองว่าคนเขียนไม่ได้แซะบิตคอยน์ แต่แซะคนที่อวยบิตคอยน์แบบสุดลิ่มทิ่มประตู ก็นั่นแหละฮะ.. ทุกคนสามารถไป Verify เนื้อหากันด้วยตัวเองได้เลยนะครับ
Loading quoted post…
ต้นฉบับจาก BitcoinMagazine
https://bitcoinmagazine.com/print/a-manual-guide-to-killing-bitcoin-the-eternal-return
#siamstr

มนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์ เรา 'กระทำ' ด้วยเหตุผลและ 'คุณค่า' แต่ถูกจำกัดด้วย 'เวลา' - นี่คือหัวใจของเศรษฐกิจที่แท้จริง 🧡

3 EP ที่ผ่านมาของ JUST Economics เราได้ปูพื้นฐานเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนจากบทที่ 1-3 ของหนังสือ Principles of Economics โดย Saifedean Ammous
..เริ่มจาก EP ที่ 1 การกระทำของมนุษย์ (Human Action)
เราได้เข้าใจว่า.. การกระทำของมนุษย์ (Human Action) คือหัวใจสำคัญ ตามที่ลุดวิก ฟอน มิเซส (Ludwig von Mises) ได้อธิบายไว้ในหนังสือ Human Action ของเขา
มิเซสบอกว่า.. การกระทำคือการแสดงออกถึงเจตจำนงของเรา เราตั้งใจทำอะไรสักอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าและสภาพแวดล้อม และเป็นการปรับตัวของเราต่อโลกใบนี้
มนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมไว้ หรือสัตว์ที่ทำตามสัญชาตญาณ เราคิด เราเลือก และมีเหตุผล แม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาดีหรือไม่ก็ตาม เราได้เรียนรู้ว่าการกระทำของมนุษย์เกิดจาก ความต้องการที่ยังไม่บรรลุผล
ซึ่งเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ผลักดันให้เราไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความหิว ความอยากได้อยากมี หรือความอยากรู้อยากเห็น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น แรงจูงใจ ที่ทำให้เราคิด วางแผน และ ลงมือทำ
..การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Analysis) เป็นอีกหัวข้อสำคัญที่เราได้เรียนรู้
ฮานส์-เฮอร์มันน์ ฮ็อปเป่ (Hans-Hermann Hoppe) บอกว่า.. การวิเคราะห์เศรษฐกิจ มันเหมือนกับการไขคดีเลยล่ะ เราต้องแกะรอย หาหลักฐานและเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน
เศรษฐศาสตร์ไม่สามารถทดลองแบบวิทยาศาสตร์ได้ เพราะมนุษย์ ไม่ใช่ลูกตุ้ม แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน ตัดสินใจไม่เหมือนกัน การวิเคราะห์เศรษฐกิจแค่ตัวเลขอย่างเดียว อาจทำให้เราเข้าใจผิดได้
เพราะตัวเลขมันเหมือนเปลือกนอก.. เราต้องมองให้ลึกกว่านั้น ถึงจะเห็นแก่นแท้ของปัญหา ทีนี้แล้วอะไรล่ะที่เป็นตัวกำหนดการกระทำของมนุษย์?
..คำตอบอยู่ใน EP 2 คุณค่า (Value) ของสิ่งต่างๆ ไม่ได้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนมองว่ามันมีค่าแค่ไหน
ตามที่ คาร์ล เมงเงอร์ (Carl Menger) ได้อธิบายไว้ในหนังสือ Principles of Economics ของเขา เมงเงอร์บอกว่า.. มูลค่าไม่มีอยู่นอกเหนือจิตสำนึกของมนุษย์
ใน EP นี้เรายังได้เรียนรู้ 'ทฤษฎีส่วนเพิ่ม' (Marginalism) ที่บอกว่า ความสุขที่เราได้จากการบริโภคของจะลดลงเรื่อยๆ ตามกฎของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่มที่ลดลง (Law of Diminishing Marginal Utility)
เพราะยิ่งเรามีอะไรมากขึ้น.. ความสุขที่ได้รับจากสิ่งนั้นก็จะลดลงเรื่อยๆ
ดังนั้น.. การเลือกใช้ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด จึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้ว่า "มูลค่า" เกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความชอบ สถานการณ์ และ ความขาดแคลน
ส่วน "ราคา" เป็นเพียง "ตัวเลข" ที่สะท้อนถึงการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ได้เป็นการวัดมูลค่าโดยตรง
เหมือนกับที่บางคนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อกาแฟแบรนด์ดัง ทั้งๆ ที่กาแฟโบราณก็ให้รสชาติที่คล้ายคลึงกัน หรือบางคนเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสอง ทั้งๆ ที่เสื้อผ้าใหม่ก็มีให้เลือกมากมาย
เพราะ "มูลค่า" มันไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเอง แต่มันอยู่ที่ว่าเราคิดว่ามันมีค่าแค่ไหนต่างหากล่ะ..
แล้วทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของมนุษย์คืออะไร?
คำตอบอยู่ใน EP 3 นั้นก็คือ เวลา (Time)
ในหนังสือ The Ultimate Resource ของไซมอน เขาได้บอกว่า.. เวลา เป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุด เพราะมันมีจำกัดและใช้ไปแล้วก็เรียกคืนไม่ได้
ดังนั้นทุกการตัดสินใจของเรา จึงมี "ต้นทุนค่าเสียโอกาส" แฝงอยู่ เนื่องจากเวลาเป็นสิ่งมีค่าและมีจำกัด เราจึงต้องหาวิธีใช้เวลาให้คุ้มค่า โดยอาศัยเทคโนโลยี การแบ่งงานกันทำ การลงทุน และการออมเพื่อความมั่นคงในอนาคต
ระดับความเห็นแก่เวลา (Time Preference) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของเรา มนุษย์มักจะให้คุณค่ากับความสุขในปัจจุบันมากกว่าความสุขในอนาคต
เหมือนกับที่หลายคนเลือกที่จะรูดบัตรเครดิต ทั้งที่รู้ว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยแพง เพราะความต้องการได้ของ ณ ตอนนั้น มันมีค่ามากกว่าภาระหนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนมองว่า.. การทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจต้องเริ่มต้นจากการศึกษาการกระทำของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนการทำงานของระบบเศรษฐกิจ ที่เกิดจากเหตุผลและมูลค่าที่แต่ละคนให้กับสิ่งต่างๆ
ในขณะที่เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก.. มักจะใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์และมองว่ารัฐควรมีบทบาทสำคัญในการควบคุมเศรษฐกิจ
ซึ่งการแทรกแซงของรัฐในระบบเศรษฐกิจ มักจะนำไปสู่ปัญหาต่างๆ
เช่น การกำหนดราคาสินค้ามักจะนำไปสู่การขาดแคลนของสินค้าจึงทำให้เกิดตลาดมืดขึ้น
ส่วนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจทำให้คนงานตกงาน และการอุดหนุนโดยรัฐอาจทำให้เกิดการผลิตและบริโภคที่มากเกินความจำเป็น
เศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนจึงมองว่ารัฐควรมีบทบาทจำกัด
=====================
เห็นไหมครับว่าทั้ง 3 EP มันเชื่อมโยงกัน..
เริ่มจากการกระทำที่ถูกขับเคลื่อนด้วยมูลค่าและถูกจำกัดด้วยเวลา ทั้งหมดนี้คือพื้นฐานสำคัญของเศรษฐศาสตร์ ที่ช่วยให้เรามองเห็นความลับเบื้องหลังของตัวเลขและทฤษฎี และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฝากติดตาม JUST Economics ใน EP ต่อไปกันด้วยนะครับ รับรองว่า สนุก เข้าใจง่าย และได้ความรู้แน่นปึก!! 🥰😍
—
#Siamstr

"นโยบายนี้เอง.. ก็คือการบังคับให้ผู้เสียภาษีต้องเลี้ยงดูคนอื่น โดยไม่คำนึงว่าเขาจะพยายามอย่างจริงจังที่จะเลี้ยงดูตัวเองหรือไม่.."
“...ต่อไปจะมีแค่ไม่กี่คนในระบบช่วยเหลือเยียวยา ที่จะมีรายชื่อยู่ในสถานะพร้อมเป็นลูกจ้าง และคนเหล่านี้ก็จะพบว่าตำแหน่งงานที่ “เหมาะสม” ในสายตาของพวกเขานั้นมีน้อยเหลือเกิน
พวกเขาอาจตกลงเข้าร่วม “โครงการฝึกอบรม” ที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากรัฐบาล โดยเฉพาะหากพวกเขาได้รับเบี้ยเลี้ยงเดือนละ 30 ดอลลาร์สำหรับการเข้าร่วมโครงการนี้ แต่พวกเขาส่วนใหญ่ก็จะเพียงแค่ทำแบบขอไปที
และไม่ว่าในกรณีใด คุณภาพของโครงการฝึกอบรมที่บริหารจัดการโดยภาครัฐ จะเทียบไม่ได้เลยกับการฝึกอบรมทักษะที่จำเป็นด้วยระบบการฝึกหัดแบบดั้งเดิมในอุตสาหกรรมภาคเอกชน
ที่แน่นอนที่สุดคือ.. โครงการใด ๆ ที่พยายามบังคับให้คนทำงานเพื่อแลกกับสวัสดิการ จะถูกประณามว่าเป็นการ “ใช้แรงงานทาส” และในที่สุดแล้วเงื่อนไขว่าต้องทำงานก็จะถูกยกเลิกไปอย่างเงียบ ๆ
“ภาระภาษีจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะจ่ายสวัสดิการให้มากขึ้น จะเกิดความพยายามผลักภาระส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นนี้ ไปให้กับบริษัทหรือบุคคลที่มีรายได้สูง
ซึ่งจะเป็นการขัดขวางและกัดกร่อนแรงจูงใจในการผลิต ซึ่งเป็นรากฐานของความกินดีอยู่ดีของทุกคน..
รายจ่ายภาครัฐจะพุ่งสูงขึ้นเร็วยิ่งกว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษี นำไปสู่การขาดดุลเรื้อรัง เงินเฟ้อ และการทำลายอำนาจการซื้อของกรมธรรม์ประกันภัย เงินบำนาญ และเงินออมของประชาชน…"
— ส่วนหนึ่งจากงานเขียนของ Henry Hazlitt ในหนังสือ Man vs. The Welfare State (1969) ที่ตอบโต้การนำเสนอนโยบาย "Negative Income Tax" โดย Milton Friedman
ทำไมเขาจึงคิดว่านโยบาย Negative Income Tax ย้อนแย้งในตัวเอง?
ทำไมมันจึงมีแนวโน้มจะสร้างปัญหาตามมา?
..และวิธีการต่อสู้กับปัญหาความยากจนที่ดีกว่าคืออะไร?
อ่านฉบับเต็มได้ที่ 👇 https://mises.org/mises-daily/fallacies-negative-income-tax
#siamstr

28 สิงหาคมของทุกปี วันที่โลกบิตคอยน์รำลึกถึง 'นักบุญ' Hal Finney หนึ่งในผู้บุกเบิก
ในวันที่แสงแดดยามเย็นค่อยๆ ลับขอบฟ้าของวันที่ 28 สิงหาคมของทุกปี ชุมชนบิตคอยน์ทั่วโลกจะร่วมกันจุดเทียนแห่งความทรงจำ รำลึกถึงบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งได้ทิ้งร่องรอยไว้บนผืนทรายแห่งประวัติศาสตร์บิตคอยน์อย่างไม่อาจลบเลือน...
เขาคือ Hal Finney นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นผู้รับการทำธุรกรรมบิตคอยน์ครั้งแรกจาก Satoshi Nakamoto ผู้สร้างบิตคอยน์ผู้ลึกลับ
เรื่องราวของ Hal เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่าย..
เขาเป็นเด็กหนุ่มจากแคลิฟอร์เนีย ผู้หลงใหลในโลกของรหัสและคอมพิวเตอร์ เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยการเป็นนักพัฒนาเกม สร้างสรรค์เกมดังในอดีตที่หลายคนอาจเคยสัมผัส เช่น Adventures of Tron และ Astrosmash แต่เบื้องหลังภาพของนักพัฒนาเกม Hal ยังมีความหลงใหลในโลกของการเข้ารหัส (Cryptography) ซ่อนอยู่ด้วย..
เขาเป็นสมาชิกคนสำคัญของกลุ่ม Cypherpunk กลุ่มคนที่เชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในโลกดิจิทัลที่กำลังก่อตัวขึ้น
ในปี 2004 Hal ได้สร้างระบบ Reusable Proof of Work (RPOW) ซึ่งเป็นเหมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขไปสู่โลกของบิตคอยน์
แม้ RPOW จะยังเป็นเพียงต้นแบบ แต่แนวคิดนี้ได้ปูทางไปสู่ระบบ Proof of Work ที่บิตคอยน์ใช้อยู่ในปัจจุบัน นี่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ Hal ที่มีต่อเทคโนโลยีบล็อกเชนตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม
เมื่อ Satoshi Nakamoto เปิดตัว Bitcoin ในปี 2008 Hal เป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรกๆ ที่มองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของมัน
เขาไม่ใช่แค่เห็น แต่เขาเชื่อและเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง เขาเคยกล่าวว่า..
"บิตคอยน์ดูเหมือนจะเป็นความคิดที่มีอนาคตไกล"
เขาเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยที่อิงจากพลังการประมวลผลของผู้เข้าร่วมเครือข่าย และมองเห็นคุณค่าของ "โทเคนที่ไม่สามารถปลอมแปลงได้"
Hal ไม่ใช่แค่นักทฤษฎี เขาลงมือปฏิบัติจริงด้วยการเป็นหนึ่งในนักขุดบิตคอยน์คนแรกๆ ของโลก และที่สำคัญที่สุด เขาคือผู้รับการทำธุรกรรมบิตคอยน์ครั้งแรกจาก Satoshi Nakamoto ในวันที่ 12 มกราคม 2009
"Running bitcoin" เสียงกระซิบที่ดังก้องไปทั่วโลก
ในวันที่ 10 มกราคม 2009 Hal ทวีตข้อความสั้นๆ ว่า "Running bitcoin" ทวีตนี้เป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคใหม่ของเงินตรา และเป็นเครื่องเตือนใจถึงบทบาทสำคัญของ Hal ในประวัติศาสตร์บิตคอยน์
ในปีเดียวกันนั้นเอง Hal ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค ALS โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่รักษาไม่หาย
โรคร้ายนี้ค่อยๆ พรากความสามารถในการควบคุมร่างกายของเขาไปทีละน้อย แต่ไม่อาจพรากความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณของนักสู้ไปจากเขาได้..
แม้ร่างกายจะถูกจำกัด แต่อุดมการณ์ของ Hal ไม่เคยถูกโรคร้ายพรากไป เขายังคงเขียนโค้ดบิตคอยน์ต่อไปด้วยความมุ่งมั่นโดยใช้ซอฟต์แวร์ติดตามดวงตา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด มนุษย์เราก็ยังสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้
"My body may be stuck, but my mind is free.”
Hal Finney เสียชีวิตในวันที่ 28 สิงหาคม 2014 ทิ้งไว้ซึ่งมรดกอันยิ่งใหญ่ให้กับวงการฯ เขาเป็นผู้บุกเบิก ผู้สร้างแรงบันดาลใจ และเป็นสัญลักษณ์ของความหวังในโลกดิจิทัล
ทุกวันนี้ แม้ Hal จะจากไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของเขายังคงอยู่กับเราทุกครั้งที่เราใช้บิตคอยน์หรือพูดถึงเทคโนโลยีบล็อกเชน เขาคือวีรบุรุษผู้ทำให้เรามองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของเทคโนโลยีนี้
และถือเป็นแรงผลักดันให้เราสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม..
28 สิงหาคม วันที่เราจะไม่มีวันลืม..
ในวันครบรอบการจากไปของ Hal Finney ขอให้เราร่วมกันรำลึกถึงคุณูปการของเขา และสานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างโลกที่เงินตราเป็นของทุกคนอย่างแท้จริง
ปล. เรื่องราวของ Hal Finney สอนให้เรารู้ว่า ขีดจำกัดของร่างกายไม่สามารถจำกัดจินตนาการและความมุ่งมั่นของมนุษย์ได้ ขอให้เรื่องราวนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนครับ
"Bitcoin seems to be a very promising idea. I like the idea of basing security on the assumption that the CPU power of honest participants outweighs that of the attacker. I hope it will succeed." (2008)
— Hal Finney
// เรียบเรียงโดย Jakk Goodday
#siamstr

"ผู้คนมักเลือกความสะดวกสบายมากกว่าความเป็นส่วนตัว แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาจะเข้าใจถึงความสำคัญของมันก็ต่อเมื่อเจอกับปัญหานั่นแหละ" — Jack Dorsey
ภาพฝูงชนที่เต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วบริเวณ Noster Unconference ครั้งที่ 3 ณ เมืองริกา ประเทศลัตเวีย
ไม่เพียงแต่เป็นงานรวมพลคนรัก Nostr แต่ยังเป็นเวทีที่ Jack Dorsey อดีตซีอีโอแห่ง Twitter ผู้ให้กำเนิด BlueSky และผู้สนับสนุนหลักของ Nostr ได้มาแบ่งปันวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเขาด้วย
Odell พิธีกรของงาน เริ่มบทสนทนาด้วยการกล่าวขอบคุณ Jack ที่ให้การสนับสนุน Nostr Unconference มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่คำถามที่หลายคนต่างรอคอย..
"อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คุณทุ่มเทให้กับ Nostr มากมายขนาดนี้?"
Jack เล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณของ Open Source ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขามีวันนี้ได้ Nostr จึงเป็นเหมือนการตอบแทนบุญคุณ เป็นการส่งต่อจิตวิญญาณนั้นให้คงอยู่ต่อไป
"Nostr คือ 'ทางเลือกใหม่' เป็นโลกที่ผู้ใช้งานไม่ถูกเอาเปรียบจากบริษัทยักษ์ใหญ่ และยังเป็นโลกที่ข้อมูลเป็นของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง" Jack กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น..
และไม่ใช่แค่เรื่องของเสรีภาพเท่านั้น Jack ยังมองเห็นศักยภาพอันมหาศาลของ Nostr ในการเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคต ที่ซึ่ง AI และ Bots จะถูกพัฒนาขึ้นอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คน
แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้ถูกโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ..
Jack ยอมรับว่า Nostr และ Bitcoin ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง แต่เขาก็เชื่อมั่นในอนาคต และพร้อมที่จะให้การสนับสนุน Nostr ต่อไป
เมื่อ Odell ถามถึงประเด็นร้อนว่า Nostr จะมีผู้ใช้งานมากกว่า X ภายใน 5 ปีไหม คำตอบของ Jack อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ..
"ผมไม่ได้โฟกัสที่จำนวนผู้ใช้งาน แต่โฟกัสที่ประโยชน์ใช้สอยของข้อมูล Nostr มีศักยภาพในการเป็นแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลมากที่สุด เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานมันได้อย่างอิสระ"
สิ่งที่ Jack ชื่นชมอย่างมากใน Nostr คือ Community ของนักพัฒนาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ Twitter ไม่สามารถทำได้ในระบบปิด
บทสนทนายิ่งเข้มข้นขึ้น เมื่อ Odell ถามถึงความเห็นเกี่ยวกับการที่ Elon Musk บังคับให้ผู้ใช้งาน X ต้องยืนยันตัวตน
Jack เข้าใจในมุมของ Elon ในฐานะนักธุรกิจ แต่เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ เพราะยังมีอีกหลายวิธีในการจัดการ Bots และ Spam เช่น Proof of work และ Micropayment เป็นต้น
"ผู้คนมักเลือกความสะดวกสบายมากกว่าความเป็นส่วนตัว แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาจะเข้าใจถึงความสำคัญของมันก็ต่อเมื่อเจอกับปัญหานั่นแหละ" Jack กล่าว..
Odell ยิงคำถามชวนคิดต่อไปอีกว่า บริษัทควรเข้าตลาดหลักทรัพย์ไหม?
Jack มองว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์อาจทำให้บริษัทเติบโตเร็วขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียการควบคุม เขาเชื่อในการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่ซึ่งบริษัทสามารถรักษาคุณค่าและวิสัยทัศน์ของตัวเองไว้ได้
"ผมอยากเห็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เติบโตเร็ว"
Jack ทิ้งท้าย..
การสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นถึงอนาคตของ Nostr แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ Jack Dorsey ที่จะสร้างโลกที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อทุกคน โลกที่ข้อมูลเป็นของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โลกที่เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์
ลงหลุมต่ออย่างละเอียดได้ในคลิปด้านล่างนะครับ 😊
และถ้าคุณเริ่มอยากลองเปิดรับประสบการณ์บน Nostr วันนี้เรามีแอปที่พัฒนาโดยคนไทยที่จะให้คุณเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายๆ แล้ว เพียงแค่ค้นหาชื่อแอป Wherostr แล้วลองติดตั้งมาใช้งานได้ทั้งแอนดรอยด์ และ iOS (Zap ได้แล้วด้วย 😍)
—
#Siamstr #Nostr #OnlyNips #Nostriga

มานั้งรอจองที่กันได้กับ #BitcoinTalk ตอนที่ 188 จะพูดคุยเรื่องอะไรนั้นรอติดตามกัน #Siamstr
Loading quoted post…
8/26/2024, 1 engagement
อัปเดทข้อมูลล่าสุดงาน #TBC2024 บนเว็บไซต์ทางการของเราที่
https://www.thailandbitcoinconference.com/
Agenda ของเวทีต่างๆ ทั้ง 2 วัน (กดดูบนเว็บไซต์ได้เลยไม่ต้องเซฟภาพนี้) ซึ่งแอดขอแง้มว่า สำหรับเวที Main Stage จะมีแพแนลที่ไม่เคยบอกมาก่อนในวันแรก และ 2 แพแนลของเช้าวันที่ 15 ต้องไปลุ้นเซอร์ไพรส์กันเอาเองที่งานนะฮะ 😉
บนเว็บยังมีทางไปซื้อตั๋วทั้งแบบเฟียตแบบไลท์นิ่ง ที่ตอนนี้เหลือไม่ถึง 10 ใบแล้วนะ และยังมีรายชื่อสปีกเกอร์เกือบทั้งหมดในงาน รวมไปถึงแผนที่ไปงานและทางไปที่จอดรถอีกด้วยครับ
เรียกว่าบนเว็บมีข้อมูลเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับผู้ที่จะไปเจอกันในวันงานเรียบร้อยแล้วจ้า ฝากกระจายข่าวต่อกันด้วยนะคร๊าฟฟฟ 😁
#Siamstr #TBC2024

จากฟลอรินสู่บิตคอยน์.. บทเรียนจาก Layered Money สู่ปรากฎการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริงบนโลก
อรุณสวัสดิ์ครับเพื่อนๆ เช้านี้ผมมีโอกาสหยิบหนังสือเล่มโปรดมานั่งอ่านชิลล์ๆ จิบกาแฟตรงสนามหญ้า พลางคิดคล้อยตามหลายๆ อย่างกับเนื้อหา นำมาเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน เลยอยากจะนำมาลองเขียนแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ..
ปี 2023 นับเป็นปีที่โลกการเงินต้องหันมาจ้องมองบิตคอยน์อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพียงสินทรัพย์เก็งกำไรของคนกลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความผันผวนของตลาด และทิศทางของมันช่างสอดคล้องกับเนิ้อหาในหนังสือ "Layered Money" ของ Nik Bhatia อย่างน่าประหลาดใจ..
ย้อนกลับไปในปี 2008 ในวันที่ Lehman Brothers ล่มสลาย โลกได้รู้จักกับบิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความไม่ไว้วางใจในระบบการเงินดั้งเดิม Bhatia ได้นำเสนอแนวคิดอันล้ำหน้า เรียกว่า "Layered Money" หรือ "ระบบเงินซ้อนชั้น" เพื่ออธิบายวิวัฒนาการของเงิน ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงลำดับชั้นของเงิน
ตั้งแต่ "เงินชั้นที่หนึ่ง" อย่างทองคำ อันเป็นสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงจากคู่ค้า สู่ "เงินชั้นที่สอง" ที่ถูกสร้างขึ้นจากหนี้สิน เช่น ธนบัตร หรือเงินฝากธนาคาร และ "เงินชั้นที่สาม" ซึ่งอยู่ห่างไกลจากสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุดมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ สิ่งที่ Bhatia เคยคาดการณ์ไว้ในหนังสือ กำลังค่อยๆ เกิดขึ้นจริงในปี 2023
การที่ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก ยื่นขอจัดตั้ง Bitcoin ETF ต่อ SEC ไม่ใช่แค่ข่าวเล็กๆ ในวงการคริปโทฯ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปิรามิดเงินดอลลาร์
การที่นักลงทุนสถาบันสนใจบิตคอยน์เพิ่มขึ้น ยิ่งตอกย้ำว่าบิตคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไร แต่มันกำลังก้าวขึ้นเป็น "เงินทุนสำรอง" รูปแบบใหม่ ดังเช่นที่ Michael Saylor และ MicroStrategy ได้ทำไว้เป็นแบบอย่าง
ไม่ใช่เพียงแค่นักลงทุนเท่านั้น.. แม้แต่ Robert F. Kennedy Jr. และ Vivek Ramaswamy (ไปจนถึง Donald Trump) ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ต่างหยิบบิตคอยน์ขึ้นมาเป็นนโยบายหาเสียง (สมมุติว่าจริงใจ..) สะท้อนถึงกระแสความต้องการอิสระภาพทางการเงิน อันเป็นหัวใจสำคัญของบิตคอยน์ การที่รัฐบาลอาจถือครองบิตคอยน์เป็นทุนสำรอง ยิ่งตอกย้ำสถานะ "เงินชั้นที่หนึ่ง" ที่ท้าทายอำนาจของเงินดอลลาร์
ความสำเร็จของ MicroStrategy ในการใช้บิตคอยน์เป็นทุนสำรอง เป็นบทพิสูจน์คำทำนายของ Hal Finney ผู้สนับสนุน Bitcoin ในยุคแรกๆ ที่มองเห็นศักยภาพของบิตคอยน์ในการเป็น "เงินชั้นสูง" ที่ทำหน้าที่เป็นสกุลเงินสำรองสำหรับธนาคารในการสร้างสกุลเงินของตัวเอง การเติบโตของ MicroStrategy ยิ่งตอกย้ำว่า Layered Bitcoin กำลังก่อตัวขึ้นจริงๆ
การที่บิตคอยนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มชนชั้นนำด้านการลงทุน และในรัฐบาลหลายๆ ประเทศ สะท้อนถึงความกังวลต่ออำนาจที่กำลังถูกท้าทาย Bhatia ได้กล่าวไว้ในหนังสือว่า ระบบการเงินโลกกำลังโหยหาการเริ่มต้นใหม่ และ บิตคอยน์คือคำตอบของโลกที่กำลังมองหากระดานเกมใหม่ทางการเงิน
พอเห็นอะไรแบบนี้แล้ว.. ส่วนตัวผมจึงคิดว่า "Layered Money" นั้นอาจไม่ใช่แค่หนังสือ แต่มันคือแผนที่นำทางสู่อนาคตของโลกการเงิน ที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงของปิรามิดทางการเงิน การเกิดขึ้นของสกุลเงินดิจิทัล และความเป็นไปได้ที่บิตคอยน์จะก้าวขึ้นมาเป็น "เงินทุนสำรองของโลก"
โลกยุคใหม่กำลังมุ่งหน้าสู่ระบบการเงินที่ปราศจากพรมแดน ไร้ศูนย์กลาง และผู้คนมีอิสระในการเลือกใช้สกุลเงิน "Layered Money" คือหนึ่งในความเข้าใจ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และเตรียมพร้อมสำหรับโลกการเงินยุคใหม่
..และสำหรับชาวบิตคอยน์ "Layered Money" คือขุมทรัพย์แห่งความรู้ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจบิตคอยน์ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนครับ
คุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเงิน ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงการกำเนิดของระบบการเงินสมัยใหม่ Bhatia เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของ "Layered Money" ช่วยให้คุณเข้าใจถึงรากฐานของเงิน Fiat จุดอ่อนของระบบธนาคารกลาง และที่มาของวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Bhatia อธิบายว่าบิตคอยน์มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าทองคำในโลกยุคดิจิทัล (เขานิยามมันว่าเป็นเงินชั้นที่หนึ่ง) มันคือสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงจากคู่ค้า มีความแน่นอนทางคณิตศาสตร์ ใช้งานได้อย่างอิสระ และต้านทานความโลภของมนุษย์ได้อย่างดี หนังสือจะช่วยให้คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเหตุใดบิตคอยน์จึงคู่ควรกับการเป็น "ทองคำดิจิทัล" และทำไมมันถึงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและบุคคลทั่วโลก
คุณจะได้เห็นภาพอนาคตของบิตคอยน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น Bhatia วิเคราะห์การเกิดขึ้นของบิตคอยน์ในชั้นที่สอง เช่น เงินฝากในตลาดแลกเปลี่ยน สัญญาฟิวเจอร์ส และ Lightning Network ซึ่งกำลังพัฒนาไปสู่ระบบการเงินที่ซับซ้อนและทรงพลัง
Bhatia ชี้ให้เห็นว่าบิตคอยน์กำลังท้าทายระบบการเงินโลก ที่การควบคุมเงินตราอยู่ในมือของรัฐบาลและธนาคารกลางมาอย่างยาวนาน หนังสือจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงพลวัฒน์ของตลาดการเงิน ความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ และผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลก
ดังนั้นผมจึงคิดว่า.. "Layered Money" คือคู่มือที่ไม่ควรพลาดสำหรับชาวบิตคอยน์ทุกคน มันจะช่วยให้คุณมองเห็นอนาคต เข้าใจความท้าทาย และพร้อมสำหรับการลงทุนในโลกยุคใหม่ที่บิตคอยน์กำลังเปลี่ยนแปลงทุกอย่างครับ
แล้วเพื่อนๆ ชอบเนื้อหาส่วนไหนในหนังสือกันบ้างครับ? 🥹
// ประธานซุป
#Siamstr


ร่วมสร้างอนาคต Bitcoin ไทย เปิดรับสมัครโครงการเพื่อผลักดัน #Bitcoin ในไทย! 🇹🇭 ชิงเงินทุนรางวัล $1,000 จากทาง Right Shift
🧡 ประเภทของโครงการที่เปิดรับ
✅ โครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ - พัฒนาแอปฯ หรือเครื่องมือเจ๋งๆ ที่เกี่ยวกับ Bitcoin หรือ Nostr ✅ โครงการเผยแพร่ความรู้และการศึกษาเกี่ยวกับการเงินและบิตคอยน์ - สร้างสื่อการเรียนรู้, แปลหนังสือ, เขียนบทความ ฯลฯ ✅ โครงการพัฒนาธุรกิจ - พัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่ใช้ประโยชน์จาก Bitcoin ✅ โครงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับบิตคอยน์ - เจาะลึก Bitcoin และเทคโนโลยีเพื่อเสรีภาพ
📌 วิธีการสมัคร
📌 สร้างโปรเจคของคุณบน Geyser.fund พร้อมชื่อโครงการ, รูปประกอบ, และคำอธิบายโครงการ (วิธีการสร้างในลิงก์เอกสารด้านล่าง) 📌 ส่งลิงก์โปรเจคมาที่ หน้า Bitcoin Thailand 2024 บน Geyser.fund เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 9 กันยายน 2024 [https://geyser.fund/grants/thailandbitcoinconference]
เปิดให้โหวต 9 - 15 กันยายน 2024 ประกาศผลและมอบรางวัลบนเวที Bitcoin Thailand 2024 #TBC2024 #Siamstr
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคต Bitcoin ในไทยไปด้วยกันครับ! 🚀

**Bitcoin Defi is coming.. **
หลังจากผมได้ไปเห็นบทความของ Bitcoin Magazine เกี่ยวกับการพัฒนา Defi บนบิตคอยน์ เลยอยากจะเอามาเล่าให้ทุกท่านได้ฟังกันครับ
Lava เป็นแอปพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับการนำบิตคอยน์ไปค้ำประกันเพื่อกู้ยืม Stablecoin โดยอาศัยฐานข้อมูลกลางหรือ Oracle สำหรับเปรียบเทียบราคาในการทำ Smart Contract ระหว่างกัน โดยไม่ต้องอาศัยตัวกลาง
โดยผู้ให้กู้ ก็จะกำหนดอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา, ทั้งสองฝ่ายทำการล็อคเงินของตนไว้ในแต่ละเชน แล้วก็เริ่มต้นทำสัญญาต่อกัน
ปัญหาของเวอร์ชั่นแรก คือ Lava จะทำสัญญากันข้ามเชน โดยจะใช้ Blockchain ของ Altcoin ในการล็อค Stablecoin แล้วจึงทำการแลกเปลี่ยนกับบิตคอยน์บน Blockchain ของบิตคอยน์ ซึ่งมันทั้งยุ่งยากกว่า และความแข็งแกร่งของเชนนั้นก็น้อยกว่าบิตคอยน์ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยง
ใน Lava V.2 นี้ เราสามารถกู้ยืมเงินกันได้บน Blockchain ของบิตคอยน์ได้เลยโดยไม่ต้องข้ามไปเชนอื่น และสามารถชำระหนี้กันบน Blockchain ได้โดยตรง ซึ่งทำให้ไม่ต้องพึ่งพาเชนอื่นและลดความยุ่งยากลงไปได้มาก, นอกจากนี้ยังใช้ Oracle จากหลายแหล่งเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้ Oracle จากเพียงแหล่งเดียวที่อาจเกิดข้อผิดพลาดได้
นั่นหมายถึง.. เราสามารถกู้ Stablecoin โดยเอาบิตคอยน์ไปค้ำได้บน Blockchain ของบิตคอยน์ หรือก็คือ.. กู้เงินสร้างง่ายออกมาต่อยอดหรือลงทุนต่อบางอย่าง ด้วยการเอาบิตคอยน์ไปค้ำไว้ สำหรับคนที่ไม่อยากเสียบิตคอยน์แต่มีไอเดียดีๆ
แน่นอนว่าเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาก็อาจจะสำเร็จหรือไม่ก็ได้ครับ นี่เป็นเพียงพัฒนาการหนึ่งที่น่าสนใจติดตามเท่านั้นที่เกิดขึ้นในโลกของบิตคอยน์
น่าสนใจที่เราจะได้เห็น Defi แรกของบิตคอยน์ ที่ทำงานบนบล็อคเชนของบิตคอยน์แบบ 100% ครับ (ศึกษาเพิ่มเติมได้ด้านล่าง)
— อิสร.. รายงาน
------------//---------------//---------------
มาดูกันแบบละเอียดๆ ว่า Lava Loans Protocol V2 ทำงานยังไง ให้นึกภาพตามง่ายๆ เหมือนดูละครเรื่องนึงก็ได้ครับ
ตัวละคร ประกอบไปด้วย..
ฉากจำลองที่ 1 การเริ่มต้นสัญญา..
สร้างสัญญากับตู้เซฟ โดยคุณ (ผู้กู้) บอก DLC ว่า "ฉันจะเอา Bitcoin มาวางไว้ในตู้เซฟนี้ และจะยืม Stablecoins ไปนะ ตกลงตามนี้ เซ็นชื่อไว้เป็นหลักฐาน"
ทำการแลกเปลี่ยนกุญแจ โดยคุณให้ "กุญแจสำรอง" (Hashlock) กับเศรษฐีใจดี และเศรษฐีใจดีก็ให้ "รหัสเปิดเซฟ" (ข้อมูลลับ) กับคุณ เพื่อเอาไว้ใช้เปิดตู้เซฟ DLC ในภายหลัง
ทำสัญญา Stablecoins โดยคุณกับเศรษฐีใจดี ทำสัญญาแยกต่างหากบนบล็อกเชนของ Stablecoins อีกที เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ Stablecoins ไปจริงๆ หลังจากที่เปิดตู้เซฟ DLC ได้แล้ว
ฉากจำลองที่ 2 การดำเนินการตามสัญญา..
สถานการณ์ที่ 1 เมื่อครบกำหนดสัญญา พอถึงวันกำหนด Oracle จะมาบอกราคา Bitcoin ณ ตอนนั้น แล้ว DLC ก็จะคำนวณให้ว่าคุณต้องจ่าย Stablecoins คืนเศรษฐีใจดีเท่าไหร่ โดยดูจากราคา Bitcoin ที่ Oracle บอก
สถานการณ์ที่ 2 การชำระเงินคืนก่อนกำหน ระหว่างสัญญา.. คุณอาจจะอยากคืน Stablecoins ก่อนก็ได้ แค่ใช้ "รหัสเปิดเซฟ" ที่ได้จากเศรษฐีใจดีไปเปิดตู้เซฟ DLC เอา Bitcoin คืนมา แล้วเอา Stablecoins ไปคืนเศรษฐีใจดี
ฉากจำลองที่ 3 การบังคับขาย (Liquidation)
สถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้าอยู่ดีๆ ราคา Bitcoin ดิ่งลงเหว DLC จะมีระบบป้องกัน โดยให้ Oracle คอยทำการเช็คราคา Bitcoin ตลอดเวลา ถ้าราคาต่ำกว่าที่กำหนดไว้ DLC จะสั่งให้ขาย Bitcoin ในตู้นั้นทันที เพื่อให้เศรษฐีใจดีไม่เสียหายมาก
บทสรุป
Lava Loans Protocol V2 เหมือนเป็นระบบกู้ยืมเงินที่มี "คนกลาง" (DLC และ Oracle) คอยดูแลให้ทุกอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และปลอดภัย โดยไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะโกง เพราะทุกอย่างถูกบันทึกไว้บน Blockchain ตรวจสอบได้
ข้อควรพิจารณา
แม้ว่า Lava Loans Protocol V2 จะเป็นระบบกู้ยืมแบบกระจายศูนย์ที่น่าสนใจ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ควรคำนึงถึง อย่างเช่น ความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดในโค้ดของ Smart Contract, ความเสี่ยงจาก Oracle ที่อาจไม่น่าเชื่อถือหรือถูกควบคุม, ความผันผวนของราคา Bitcoin ที่อาจนำไปสู่การบังคับขาย และความเสี่ยงจากสภาพคล่องของ Stablecoin ที่ใช้ในระบบ
นอกจากนี้ ผู้ใช้งานควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain และ DeFi ในระดับหนึ่ง รวมถึงประเมินความเสี่ยงและจัดการความเสี่ยงด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจใช้งาน
#Bitcoin #Lava #Siamstr

Welcome 🤗
Loading quoted post…
"When our financial system severed the ties between "fiat currency" and "gold" in the 20th century, it meant that money production no longer needed to be backed by gold. This resulted in fiat currency being questioned as a good store of value.
Today, the answer is clear... Money sitting in our banks erodes every day. The interest rate received cannot keep up with inflation. Each year, the slight increase in our account balance buys less and less.
Saving money has become a foolish act. What impact does this have on society's psychological perspective?
The answer is the opposite of what's beneficial. The world has entered an era where "savers" are penalized, leading to widespread "poverty". Those who save only become poorer as their savings' purchasing power diminishes over time.
This forces people to become more active, struggling to "invest" more, taking on greater risks, and ultimately failing more often, simply because they cannot find a way to save money that won't lose its value."
— Piriya Sambandaraksa
In reality, there's nothing wrong with saving. It's what we choose to save in that we should reconsider.
#BitcoinFixesThis
Meet Piriya at the event #TBC2024 on September 14-15.
Enjoy his presence for two full days 😉 #siamstr #bitcoin

เนื้อหา “Day 1” ว่าเต็มอิ่มอัดแน่นแล้ว 𝗠𝗮𝗶𝗻 𝗦𝘁𝗮𝗴𝗲 𝗗𝗮𝘆 𝟮 (วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน) ในงาน #TBC2024 ยิ่งดุเดือดเลือดพล่านขึ้นไปอีก
และเช่นเดียวกับเวทีในวันแรก เรายังคงมีเทคโนโลยี Instant Speech to Text ฉายซับไทยขึ้นจอให้อ่านกันได้ทันที สำหรับผู้ที่ฟังเนื้อหาภาษาอังกฤษบางเวทีไม่ถนัด (และซับอังกฤษสำหรับเนื้อหาภาษาไทยให้ชาวต่างชาติเข้าใจด้วยเช่นกัน)
เนื้อหา Day 2 ส่งท้ายงานจะจุใจยิ่งกว่าวันแรกขนาดไหน ไปดูพร้อมกันเลยครับ 👇
𝐌𝐚𝐜𝐡𝐚𝐧𝐤𝐮𝐫𝐚: 𝐄𝐧𝐚𝐛𝐥𝐢𝐧𝐠 𝐁𝐢𝐭𝐜𝐨𝐢𝐧 𝐟𝐨𝐫 𝐭𝐡𝐞 𝐆𝐥𝐨𝐛𝐚𝐥 𝐒𝐨𝐮𝐭𝐡 (EN) | Kgothatso Ngako
เคลียร์ชัด ๆ กับความเข้าใจผิดที่ว่า “ถ้าไม่มีเน็ต บิตคอยน์ก็ตายแล้ว” เพราะคุณ Kgothatso Ngako ผู้ก่อตั้ง Machankura จะมาสาธิตเทคโนโลยีการรับส่งบิตคอยน์แบบไม่ต้องง้อสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ต นี่คือพัฒนาการครั้งสำคัญที่ช่วยให้คนยากจนและด้อยโอกาสในพื้นที่ประสบวิกฤติภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรงในแอฟริกา สามารถเข้าถึงและใช้งานบิตคอยน์เพื่อการค้าขายแลกเปลี่ยน เอาชีวิตรอด และกลับมามีความหวังได้อีกครั้ง
𝐒𝐭𝐨𝐫𝐢𝐞𝐬 𝐟𝐫𝐨𝐦 𝐭𝐡𝐞 𝐑𝐢𝐝𝐞 𝐨𝐟 𝐏𝐚𝐬𝐬𝐚𝐠𝐞 (EN) | Captain Sidd (Evan)
บิตคอยเนอร์หนุ่มอเมริกันที่ออกเดินทางไปงานบิตคอยน์ต่าง ๆ มาแล้วมากกว่า 30 ครั้งในหลายประเทศ ก่อนจะตกหลุมรักและลงหลักปักฐาน ณ เมืองไทย และได้ริเริ่มโปรแกรมทัวร์ Ride of Passage ที่เขาย้ำนักย้ำหนาว่า ถ้าคุณอยากเป็นคนเดิมต่อไป ได้โปรดอย่าตัดสินใจเข้าร่วมการเดินทางนี้ โดยในเวทีนี้
จะมาแชร์เรื่องราวสุดลุ่มลึกลงไปถึงจิตวิญญาณของการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ผสานไปกับการใช้หลักปรัชญาแบบบิตคอยน์ ที่หากได้ฟังแล้วคุณอาจจะมองการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกเลย
𝐁𝐢𝐭𝐜𝐨𝐢𝐧 𝐨𝐧 𝐇𝐮𝐦𝐚𝐧 𝐑𝐢𝐠𝐡𝐭𝐬 (EN) | Alex Li
สุดยอดเนื้อหาที่หาฟังได้ยากยิ่ง กับมุมมองของ Alex Li ตัวแทนจาก Human Rights Foundation องค์กรอิสระที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในประเทศต่าง ๆ ที่ถูกรัฐบาลทรราชกดขี่ ด้วยการใช้ “บิตคอยน์” เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังที่สุดแห่งยุคสมัย ในการปลดแอกผู้คนจากอำนาจการปกครองที่เลวทรามไร้มนุษยธรรม แล้วคุณอาจได้เห็นและเข้าใจมากขึ้นว่าทำไม Bitcoin ถึงทำหน้าที่ Fix the money, fix the world. ได้อย่างแท้จริง
====================
𝐋𝐮𝐧𝐜𝐡 𝐁𝐫𝐞𝐚𝐤 พักกลางวัน 1 ชั่วโมง
====================
𝐁𝐮𝐢𝐥𝐝𝐢𝐧𝐠 𝐚 𝐁𝐢𝐭𝐜𝐨𝐢𝐧 𝐂𝐨𝐦𝐦𝐮𝐧𝐢𝐭𝐲 𝐢𝐧 𝐓𝐡𝐚𝐢𝐥𝐚𝐧𝐝 (TH) | Chatupon, ยู ปิยวรรณ, Jakk Goodday และ เพียว Cat Money
เมื่อเรามีเงินที่ดี คอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก! ร่วมฟังมุมมองของ 4 หัวหอกคนสำคัญเบื้องหลังการผลักดันชุมชนบิตคอยน์ไทยยุคหลัง นำทีมโดย
(Co-founder, Right Shift) Chatupon
(Co-founder, กลุ่ม Siamese Bitcoiners ที่มีสมาชิกมากกว่า 20,000 คน) “ยู” (Siamstr Update แห่งชุมชม Nostr ไทย) และ “เพียว” (Cat Money ที่ผลักดันการเติบโตของชุมชนบิตคอยน์ในภูเก็ต) ที่จะมาพูดคุยแบ่งปันรูปแบบ วิธีการ และกลยุทธในการสร้าง Bitcoin adoption ได้จากชุมชนใกล้บ้านคุณ และทิศทางในอนาคตของคอมมูนิตี้บิตคอยน์ไทย
𝐓𝐡𝐞 𝐑𝐢𝐬𝐞 𝐨𝐟 𝐀𝐬𝐢𝐚𝐧 𝐁𝐢𝐭𝐜𝐨𝐢𝐧 𝐂𝐨𝐦𝐦𝐮𝐧𝐢𝐭𝐢𝐞𝐬 (EN) | Teruko, Keypleb, Dominik Weil และ อ. พิริยะ
คอมมูฯ บิตคอยน์จะโตทั้งที ต้องโตมันทั้งทวีป! ร่วมฟังมุมมองความเห็นถึงเอกลักษณ์ ความแตกต่าง และเรื่องราวอันน่าประทับใจของการเกิดขึ้นและเติบโตของชุมชนบิตคอยน์ในประเทศต่าง ๆ ทั่วเอเชีย นำทีมโดย “อ. พิริยะ” ที่บิตคอยเนอร์ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี หัวหอกคนสำคัญแห่งวงการบิตคอยน์ประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลักดัน Bitcoin adoption ในอินโดนีเซีย และ Dominik Weil คีย์หลักของแวดวงบิตคอยน์ในเวียดนาม
𝐒𝐢𝐜𝐤 𝐌𝐨𝐧𝐞𝐲, 𝐒𝐢𝐜𝐤 𝐁𝐨𝐝𝐲, 𝐚𝐧𝐝 𝐒𝐢𝐜𝐤 𝐒𝐨𝐜𝐢𝐞𝐭𝐲 (TH) | หมอเอก fastingfatdentis
เมื่อ Wealth และ Health คือสองเรื่องที่ระบบการศึกษาไม่อยากสอน ทั้งที่มันสอดประสานเป็นเรื่องเดียวกันในชีวิตของพวกเรา “หมอเอก" (ทันตแพทย์ กฤตภพ วชาติมานนท์) จะมาเปิดเผยความลับสวรรค์ ว่าทำไมระบบเงินที่สุดห่วย ทำไมถึงทำให้คนเราป่วยกันทั้งโลก กับเนื้อหาพรีเซนเทชันที่อัดแน่นไปด้วยจิ๊กซอว์จำนวนมหาศาลของเรื่องการเงิน เศรษฐกิจ โภชนาการ งานวิจัย และการแพทย์สมัยใหม่ ที่คุณอาจเคยเอะใจแต่ไม่เคยได้คำตอบว่า อะไรและใครที่ทำให้สุขภาพของพวกเราเลวลงทุก ๆ วัน
𝐎𝐫𝐚𝐧𝐠𝐞 𝐁𝐚𝐛𝐢𝐞𝐬: 𝐑𝐚𝐢𝐬𝐢𝐧𝐠 𝐭𝐡𝐞 𝐁𝐢𝐭𝐜𝐨𝐢𝐧 𝐆𝐞𝐧𝐞𝐫𝐚𝐭𝐢𝐨𝐧 (TH) | ทนายนำชัย, มิ้น ภัคสุดา, กาย สุทธิเกียรติ และ หมอเอก
หนึ่งในประเด็นร้อนแรงแห่งยุคที่ทุกครอบครัวอยากได้ทางออก ร่วมถกเถียงพูดคุยไปกับ “ทนายนำชัย” ทนายอาวุโสและผู้จัดรายการกฎหมายชาวบ้าน “มิ้น” บิตคอยเนอร์คุณแม่ลูกสองผู้รักในอิสรภาพยิ่งชีพ “กาย” แกนนำโฮมสกูลในจังหวัดนครพนม และ “หมอเอก fastingfatdentist” ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการทำโฮมสกูล กับเนื้อหาเผ็ดร้อนตีแผ่ระบบการศึกษาภาคบังคับที่กำลังทำร้ายเด็กทั้งประเทศ แล้วแต่ละครอบครัวจะมีแนวทางแก้ปัญหาให้เด็ก ๆ ได้อย่างไรในยุคที่ตำราเรียนไม่เคยสอนหนึ่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต อย่างเรื่อง “เงิน” ถือเป็น panel ไฮไลท์สำคัญของงานวันที่ 2 เลยทีเดียว
𝐎𝐮𝐭 𝐨𝐟 𝐓𝐡𝐢𝐧 𝐀𝐢𝐫 (TH) | ปกป้อง Thai Ratel
ไขปริศนา “เงินอากาศธาตุ” คืออะไรกันแน่ เข้าใจกลไกการเสกเงินตั้งแต่หน้าแท่นพิมพ์จนถึงตัวเลขดิจิทัลบนแอปฯ ในมือถือ แล้วคุณอาจจะขนลุกว่าแม้แต่อากาศธาตุที่จับต้องไม่ได้ ก็ยังอาจมีค่ามากกว่าเงินที่คุณทำงานหนักหามาทั้งชีวิต! เผยกันแบบหมดเปลือกโดย “ปกป้อง” ผู้จัดรายการพอดแคสต์สุดเดือด “Bitcoin Unfiat” และยังเป็น Financial Advisor ที่ผ่านประสบการณ์ในแวดวงการเงินการธนาคารมาอย่างโชกโชน นี่คือหัวข้อที่จะเปิดโลกของคุณใหม่ว่า “คูปองในศูนย์อาหาร ยังเป็น ‘เงิน’ มากกว่าเงินฝากธนาคารของคุณ”
𝐁𝐢𝐭𝐜𝐨𝐢𝐧 𝐅𝐢𝐱𝐞𝐬 𝐓𝐡𝐞 𝐌𝐨𝐧𝐞𝐲 (TH) | อ. พิริยะ, อ. ขิง และ บ.ก. จิงโจ้
Bitcoin นั้นเป็นเหมือนดั่งไมซีเลียมที่ค่อย ๆ เติบโตช้า ๆ แต่ใครก็หยุดยั้งมันไม่ได้ และในเมื่อ Bitcoin กำลังทำหน้าที่ค่อย ๆ fix the money แล้ว ต่อไปมันจะ fix the world ได้อย่างไร ในเวทีส่งท้ายงานนี้ที่ อ. พิริยะ จะมาร่วมพูดคุยกับบิตคอยเนอร์ “New Gen” รุ่นถัดไปอย่าง “จารย์ขิง Right Shift” และ “บ.ก. จิงโจ้ Right Shift” ถึงเส้นทางต่อไปที่พวกเราและคุณทุกคนจะช่วยกันสร้างมันขึ้นมาได้ พร้อมมอบความอบอุ่นประทับใจให้ทุกคนได้พกกลับบ้านไปนอนหลับฝันดี
และนี่คือเนื้อหาจากเวที Main Stage Day 2 แบบเต็มอิ่มส่งท้ายงาน TBC2024 แต่ยังมีเซอร์ไพรส์สุดประทับใจที่เราขออุบไว้รอเปิดเผยให้ผู้ที่ได้มาร่วมงานนี้เท่านั้น
หลังจบงานนี้ พวกเราจะเว้นการจัดงานไปสักพักใหญ่ ๆ และเราก็ไม่อยากให้คุณพลาดโอกาสดี ๆ แบบนี้ บัตรยังพอมี ซื้อหาจับจองได้ที่ https://www.eventpop.me/e/17031
ทีมงานทุกคนขอกราบขอบพระคุณทุกคนที่กดไลก์กดแชร์โพสต์นี้ออกไป ขอบคุณฮะ ปิรันย่าจะรักคุณ 🧡
#Siamstr #Bitcoin #BitcoinConference
